อายุรับประกันภัย : 11 - 80 ปี
  ระยะเวลาคุ้มครอง : ถึงอายุ 99 ปี
  ระยะเวลาชำระเบี้ย : ชำระเบี้ยได้ถึงอายุ 98 ปี
  การชำระเบี้ย : รายปี, 3 เดือน, 6 เดือน,รายเดือน
  เงื่อนไข : ต้องมีสัญญาหลักก่อน (เลือกสัญญาหลัก)

ภาพแสดงผลประโยชน์

จุดเด่น

  • ครอบคลุม ทุกที่ ทุกเวลา ทั่วโลก
  • ค่ารักษาสูงถึง 20 ล้านบาทต่อปี
  • มีค่ารักษาสำหรับการคลอดบุตร
  • สามารถเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลในต่างประเทศ (แผน 4)

คุ้มครองทั้งโควิด-19 และการเจ็บป่วยทั่วไป

ช่วงนี้หลายคนคงกำลังวิตกกังวลโรคระบาดไวรัสโคโรน่าหรือโควิด 19 กันอยู่ใช่ไหมครับ หน้าฟีดเฟสบุ๊คทุกวัน มีแต่คนพูดถึงจำนวนคนป่วยที่เพิ่มขึ้นไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลย หลายหน่วยงานก็ออกกฏระเบียบห้ามพนักงานต่างๆ มากมาย และยังมีคำเตือน คำแนะนำวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ต่างคนก็แชร์ไม่เว่นแต่ละวัน แน่นอนว่าจำนวนคนป่วยเยอะขนาดนี้ หมอ พยาบาลบางประเทศแทบไม่พอ ยังมีข่าวออกมาอีกว่า ถ้าเกิดติดเชื้อไปยังสามารถไปแพร่ต่อให้คนใกล้ตัวคนในครอบครัวได้

บางคนลืมไปว่าประกันชีวิตและสุขภาพก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่เราควรมีไว้ป้องกันด้วย จากข่าวที่เห็นทุกคนมีความเสี่ยง มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรค จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบตัวเรา ค่าตรวจรักษาก็ไม่ใช่ถูกๆ แค่ถูกวินิจฉัยว่าอาจจะเป็น COVID-19 และหมอตรวจรอดูอาการก็หมดไป 40,000-50,000 บาท ฉะนั้นมีประกันไว้น่าจะดีกว่าไหมครับ

คนธรรมดาก็รักษาแบบ Elite ได้

  • คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณีเริ่มต้น 200,000 บาท
  • ค่าห้องคืนละ 10,000 บาทสูงสุด 365 วันต่อปี
  • ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยหรือด้วยโรค COVID-19 วงเงิน 20 ล้านบาทต่อปี
  • นอกจากนี้ยังสามารถซื้อค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกแบบ OPD, ประกันอุบัติเหตุ, ค่าชดเชยกรณีนอน รพ. และประกันโรคร้ายแรงเพิ่มได้

รักษาต่อเนื่องได้ ไม่มีสะดุด

แบบประกันสุขภาพทั่วไปมีข้อจำกัดเรื่องค่ารักษาฯ เมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคเดิมอาจจะทำให้วงเงินไม่เพียงพอ แต่ถ้ามีแผนประกันสุขภาพ Elite Health ไม่ต้องกังวลเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคเดิมอีกแล้ว เพราะได้ค่ารักษาเหมาจ่ายสูงถึง 20 ล้านบาทต่อปี 

ยินดีต้อนรับสู่เมืองไทยสไมล์คลับ

ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกคน สมัครรับสิทธิพิเศษต่างๆ และสะสมแต้มจากเบี้ยที่จ่ายจากเมืองไทยสไมล์คลับ เพื่อรับส่วนลดร้านอาหาร ท่องเที่ยว ละครเวที ดูหนัง ออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง เสริมความงาม ตรวจสุขภาพและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (รายละเอียด)

    • ไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกโรงพยาบาลเพราะมีโรงพยาบาลในเครือทุกจังหวัดทั่วประเทศ
    • สบายใจเรื่องค่ารักษาไม่ต้องเตรียมเงินสำรองจ่าย แฟ็กเคลมได้ทั้งผู้ป่วยนอกแบบ OPD, ผู้ป่วยในแบบ IPD และอุบัติเหตุ
    • ลืมจ่ายเบี้ยมีตัวแทนคอยเตือนเพื่อให้ลูกค้าได้ความคุ้มครองต่อเนื่องและยังมีแต้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่น
    • ซื้อไว้แล้วไม่รู้ว่ามีค่ารักษาอะไรบ้าง สามารถปรึกษาตัวแทนได้ตลอด มีการทบกวนกรมธรรม์และความคุ้มครองให้ทุกปี
    • ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 100 กรมธรรม์
    • จ่ายเบี้ยได้ง่าย หลายข่องทาง บนแอพของเมืองไทย บนแอพธนาคารมือถือ ที่เคาน์เตอร์ 7-11 หรือสาขาของทุกธนาคาร
    • มีให้เลือกจ่ายได้หลายแบบทั้งรายเดือน, ราย 3 เดือน,ราย 6 เดือน, และรายปี
    • ได้รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมายจากเมืองไทยสมายคลับ สมัครฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

"ฟรี สไลด์เปรียบเทียบแผน"

 

ดาวน์โหลดเอกสาร

รายละเอียดความคุ้มครอง

หากผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยหรือจำเป็นต้องรับการตรวจโดยคำแนะนำของแพทย์ เมื่อพ้นระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง หรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จนเป็นเหตุให้ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือ ผู้ป่วยนอก บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควร ซึ่งเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลตามความจำเป็นทางการแพทย์และมาตรฐานทางการแพทย์ ให้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในหน้าตารางผลประโยชน์ สำหรับผลประโยชน์ดังต่อไปนี้

  1. ผลประโยชน์กรณีที่ผู้เอาประกันภัย เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล
    1. ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาลประจำวัน ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
      • ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาลประจำวัน จ่ายให้สูงสุดไม่เกิน 365 วันต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
      • ค่าห้องผู้ป่วยวิกฤต จ่ายให้สูงสุดไม่เกิน 365 วันต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง โดยเมื่อรวมกับผลประโยชน์ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาลประจำวันในข้อ 1.1.1 แล้วไม่เกิน 365 วัน
    2. ค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ ในโรงพยาบาล เช่น ค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และพยาธิวิทยา ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา ค่าตรวจวินิจฉัยโดยวิธีพิเศษอื่นๆ รวมถึงค่าแพทย์อ่านผล ค่าใช้จ่ายในการใช้หรือให้บริการอุปกรณ์ของใช้และเครื่องมือทางการแพทย์นอกห้องผ่าตัด วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (เวชภัณฑ์1) ค่ายากลับบ้านตามความจำเป็นทางการแพทย์ไม่เกินกว่า 30 วันหลังจากการ เข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นต้น
    3. ค่าแพทย์ตรวจรักษาในโรงพยาบาลประจำวันและค่าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จ่ายสูงสุดไม่เกิน 365 วัน ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
    4. ค่าแพทย์ผ่าตัดและหัตถการ กรณีผู้เอาประกันภัยเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือกรณีผ่าตัดหรือหัตถการแบบผู้ป่วยนอก รวมถึงการปรึกษาแพทย์ก่อนและหลังการผ่าตัด
    5. ค่าธรรมเนียมวิสัญญีแพทย์ และ/หรือ วิสัญญีพยาบาล
    6. ค่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ในห้องผ่าตัดอุปกรณ์วางยาสลบ ค่าเจ้าหน้าที่ในห้องผ่าตัด ค่าห้องพักฟื้นหลังผ่าตัดและอุปกรณ์ห้องพักฟื้น
    7. (สำหรับแผน 2, 3 และแผน 4) ค่าห้องพักในโรงพยาบาลสำหรับบิดาหรือมารดา 1 ท่าน (เตียงเสริม) ในขณะที่บุตรรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล
    8. (สำหรับแผน 2, 3 และแผน 4) ค่าฟื้นฟูสภาพในฐานะผู้ป่วยใน เช่น กายภาพบำบัด  กิจกรรมบำบัด และอรรถบำบัด (การแก้ไขการพูด) หลังจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย โดยจะจ่ายให้สูงสุดไม่เกิน 28 วันต่อโรค
    9. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่ารักษาทางจิตเวชในฐานะผู้ป่วยใน
    10. ค่าใช้จ่ายสำหรับการปลูกถ่ายอวัยวะ สูงสุด 1 ครั้งตลอดชีวิต ทั้งนี้ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดหาอวัยวะนั้นมา (รวมถึงค่าขนส่ง) หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากผู้บริจาค
    11. (สำหรับแผน 2, 3 และแผน 4) ค่าพยาบาลส่วนตัวตามคำแนะนำแพทย์ หลังจากการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับการบริการดูแลรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็นในที่อยู่อาศัยของผู้เอาประกันภัย
    12. ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนหรือหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
    13. ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในต่อครั้ง สำหรับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ภายใน 30 วันหลังจากออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น (ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย)โดยพยาบาลวิชาชีพ ภายใน 60 วันหลังจากที่ผู้เอาประกันภัยออกจากการเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสูงสุดต่อเนื่องไม่เกิน 40 วันต่อปีกรมธรรม์
  2. ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลแบบฉุกเฉิน
    1. ค่าธรรมเนียมรถพยาบาล จากสถานที่เกิดอุบัติเหตุไปยังโรงพยาบาล หรือเพื่อเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลหนึ่งไปยังอีกโรงพยาบาลหนึ่ง หรือจากบ้านของผู้เอาประกันภัยไปยังโรงพยาบาล
    2. ค่ารักษาทางทันตกรรมเนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอันเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาอย่างทันที (ภายใน 7 วัน)
    3. ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง ขณะเป็นผู้ป่วยนอกรวมถึงการรักษาต่อเนื่องติดต่อกันภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับบาดเจ็บ
    4. ค่าบริการการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดเตรียมยานพาหนะที่เหมาะสมในการเคลื่อนย้ายผู้เอาประกันภัยจากสถานพยาบาลหนึ่งไปยังสถานพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง รวมทั้งบุคลากร และเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นในการเคลื่อนย้ายทั้งหมด หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศภูมิลำเนาเพื่อการพักฟื้นหรือรักษาพยาบาลต่อเนื่อง หรือในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าใช้จ่ายในการนำร่างผู้เอาประกันภัยจากสถานที่เสียชีวิตกลับประเทศภูมิลำเนา หรือจัดพิธีศพ ณ ถิ่นที่เสียชีวิต เป็นต้น
  3. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก

    1. (สำหรับแผน 2, 3 และแผน 4) ค่าธรรมเนียมปรึกษาแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แพทย์เฉพาะทาง และค่าปรึกษาแพทย์ท่านอื่นอีกเพียง 1 ท่านสำหรับอาการเดียวกัน (Second Opinion) รวมไปถึงค่าวินิจฉัยและค่ายา
    2. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่ากายภาพบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ ภายใน 60 วันนับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาลหลังเข้ารับการรักษาโรค สูงสุด 1 ครั้งต่อวัน
    3. ค่าภาพวินิจฉัยขั้นสูง ได้แก่ การตรวจทางเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจด้วยเครื่อง Positron Emission Tomography (PET) และการตรวจการเดิน (Gait scans)
    4. ค่ารักษาโรคมะเร็งรวมถึงเคมีบำบัด การรักษาแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) และรังสีบำบัด
    5. ค่าล้างไต
    6. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) การฝังเข็ม ธรรมชาติบำบัด กระดูกและกล้ามเนื้อบำบัด และการจัดกระดูก
  4. ผลประโยชน์การคลอดบุตร
    1. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่าใช้จ่ายการคลอดบุตร
    2. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่าใช้จ่ายสำหรับการถ่างขยายปากมดลูกและการขูดมดลูกกรณีแท้งบุตร
    3. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่าใช้จ่ายกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร
  5. ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ
    1. ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ให้แก่ผู้เอาประกันภัยปีละ 1 ครั้ง (สำหรับแผน 3 และแผน 4)
    2. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่าฉีดวัคซีน
    3. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่ารักษาทางทันตกรรม ได้แก่ การขูดหินปูนและการทำความสะอาดฟัน การอุดฟันและการบูรณะฟัน การตรวจรักษาฟัน การเอ็กซ์เรย์ฟัน การถอนฟัน การรักษารากฟัน สะพานฟันและการครอบฟัน การรักษาโรคเหงือก
    4. (สำหรับแผน 3 และแผน 4) ค่ารักษาทางสายตา ได้แก่ ค่าตรวจตา และค่ากรอบแว่นตาและค่าเลนส์สายตาตามที่แพทย์ระบุ

คำถามที่พบบ่อย

1. ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) ดียังไง ทำไมต้องซื้อ?
- ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) เป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินความคุ้มครองสูงที่จะช่วยดูแลความต้องการสุขภาพแบบครบวงจรด้วยวงเงินความคุ้มครองสูง ถึง 20-100 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมโรคทั่วไป โรคร้ายทุกระยะ และโรคระบาด คุ้มครองการรักษาโรคมะเร็งด้วยการรักษาวิธีการเคมีบำบัด การฉายรังสี รวมถึงรักษาแบบ Targeted Therapy และยังสามารถเลือกพื้นที่ความคุ้มครองได้หากต้องการไปรักษายังต่างประเทศ ให้คุณหมดกังวลกับค่ารักษาพยาบาล ด้วยเบี้ยประกันภัยที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 ปี-80 ปี คุ้มครองยาว ๆ ถึงอายุ 99 ปี ให้คุณอุ่นใจ คลายกังวลเมื่อโรคภัยถามหายามแก่ตัว
อ่านเพิ่มเติม คลิก

2. ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) เหมาะกับใคร?
- หากคุณอยากมีความคุ้มครองสุขภาพที่คุ้มครองสูงครอบคลุม กรมธรรม์เดียวเอาอยู่ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) ตอบโจทย์คุณได้แน่นอน เพราะอีลิท เฮลท์ (Elite Health) เป็นประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายใจสูง ๆ เรื่องค่ารักษา สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้จากตัวแทนของบริษัทฯ หรือ โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

3. สนใจความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) อยากรู้ว่าคุ้มครองอะไรบ้าง?
- ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) ดูแลความต้องการด้านสุขภาพ คุ้มครองค่าห้อง 10,000-25,000 บาทต่อวัน และค่าห้อง ICU ที่จ่ายตามจริง คุ้มครองผู้ป่วยใน, คุ้มครองแบบฉุกเฉิน, คุ้มครองผู้ป่วยนอก(*) และการรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการเสริมพิเศษอย่าง MTL Global Doctors และ MTL Global Connect ให้คุณอุ่นใจยามเกิดเหตุไม่คาดฝันก็มีผู้ช่วยคอยอยู่เคียงข้าง

4.  การรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy คืออะไร?
- โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยและทั่วโลก แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ วงการแพทย์ได้ค้นพบวิธีรักษาโรคมะเร็ง แทนวิธีการเคมีบำบัด การฉายรังสี ซึ่งก็คือการรักษาแบบ Targeted Therapy ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง โดยให้ยาหรือสารไปยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อย รวมทั้งสามารถใช้ได้ในผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรงพอจะรับยาเคมีบำบัดได้ โดยมีอัตราตอบสนองต่อการรักษาสูงถึง 80%
ข้อมูลอ้างอิง https://www.samitivejhospitals.com/th/precision-medicine/targeted-therapy/

5. เมื่อสมัครความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) แล้วจะได้รับความคุ้มครองเลยหรือไม่?

- หากเป็นการเจ็บป่วยจะต้องเกิดขึ้นหลังจากทำสัญญาวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติมนี้ไปแล้ว 30 วัน
- คุ้มครองอาการเจ็บป่วยดังต่อไปนี้ หลังจากต่ออายุ (Reinstatement) หรือวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติมนี้ไปแล้ว 120 วัน

  • เนื้องอก
  • ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
  • นิ่วทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

- คุ้มครองการคลอดบุตรในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม แม้ในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร ภายในระยะเวลา 280 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีผลคุ้มครองหรือวันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมนี้ (Reinstatement)
- คุ้มครองการถ่างขยายปากมดลูกและการขูดมดลูก รวมทั้งกรณีแท้งบุตรในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรมภายในระยะเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครอง หรือวันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมนี้ (Reinstatement)
- คุ้มครองการตรวจสุขภาพประจำปีภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครอง หรือวันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมนี้ (Reinstatement)

6. ซื้อความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) แต่เลือกพื้นที่ความคุ้มครองประเทศไทย หากไปเจ็บป่วยต่างประเทศจะได้คุ้มครองหรือไม่?
- หากไปเจ็บป่วยที่ต่างประเทศจะได้รับความคุ้มครอง 2 กรณี คือ การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษาแบบฉุกเฉิน และต้องอยู่ภายใน 90 วันแรกของการเดินทางออกนอกพื้นที่แต่ละครั้ง

7. หากเลือกพื้นที่ความคุ้มครอง เอเชีย ทั่วโลกยกเว้นอเมริกา ทั่วโลก จะเคลมได้ทางไหน?
- สามารถโทร. ติดต่อ MTL Global Connect ที่เบอร์ +66 2290 2424 เพื่อสอบถามโรงพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่นั้น ๆ และจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานตลอดเวลาไม่ให้คุณต้องกังวลแม้เจ็บป่วยต่างประเทศก็มีคนช่วยดูแลตลอดเวลา

8. ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) สามารถลดหย่อนภาษี ได้หรือไม่?
- เมื่อซื้อความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ (Elite Health) ก็สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 383

9. เบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์  จะปรับเพิ่มขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันภัยหรือไม่
- เบี้ยประกันภัยจะปรับตามอายุของผู้เอาประกันภัย

10. สัญญาเพิ่มเติมดังกล่าว สามารถแนบ บันทึกสลักหลัง OPD ได้หรือไม่
- ไม่สามารถแนบบันทึกสลักหลัง  OPD ได้ค่ะ

 

แบบประกันที่เกี่ยวข้อง