คุณอู๋มีบทความมากมายในแชนแนล เพจ “Money and Insurance” มีผู้ติดตามกว่า 53,000 คน ที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการเงินและการลงทุน เช่น เคล็ดลับนิสัยของคนรวย, การวางแผนภาษี, แนะนำพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยง ฯลฯ และอินสตาแกรมกว่า 800 คนและยังเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่คุณกำลังอ่านนี้
นอกจากนี้คุณอู๋ยังมีประสบการณ์การทำการตลาดออนไลน์และโซเชียลมีเดีย การทำคอนเทนต์ มียอดขายออนไลน์สูงถึง 10,000,000 บาทต่อปี ติดคุณวุฒิ MDRT 5 ปีต่อเนื่อง เดินทางสัมมา MDRT มาแล้วหลายประเทศและดูและกรมธรรม์ลูกค้ากว่า 500 คน อ่านต่อ…คลิ๊ก
เมืองไทยประกันชีวิต TOP 5 บริษัทประกันชีวิตในไทย | มั่นคง แข็งแกร่ง ยาวนานกว่า 70 ปี | การันตีด้วยรางวัลบริหารงานดีเด่นอันดับ 1 ต่อเนื่อง 16 ปีซ้อน และรางวัลอื่นอีกมากมาย | สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า | เมืองไทยสไมล์คลับ เติมเต็มความสุขให้ลูกค้า ด้วยกิจกรรมมากมาย | ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลการันตี |
1. ทำความเข้าใจอาชีพ/นัดหมายพูดคุย
2. สมัครและเตรียมสอบใบอนุญาต
3. สอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต
4. เข้าร่วมฝึกอบรมและเรียนรู้การขาย
5. เริ่มทำงานจริง
6. พัฒนาและขยายผลงาน
ในอดีต คนส่วนใหญ่มองอาชีพตัวแทนประกันชีวิตว่าเป็นเพียง “ผู้ขายกรมธรรม์” แต่ในปัจจุบัน ความคาดหวังของลูกค้าเปลี่ยนไปมาก พวกเขาไม่ได้มองหาคนขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการ ที่ปรึกษา ที่สามารถให้คำแนะนำครอบคลุมทั้งการเงิน การวางแผนภาษี และการสร้างความมั่นคงในอนาคต ดังนั้น หากคุณอยากยกระดับจาก “ตัวแทน” ไปสู่ “ที่ปรึกษาทางการเงิน”
การเป็นที่ปรึกษาไม่ได้ใช้ความรู้เรื่องประกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจ การลงทุน (Mutual Fund, ETF, หุ้น, ตราสารหนี้, การวางแผนเกษียณและภาษี, การวางแผนมรดกและพินัยกรรม, การประเมินความเสี่ยงของลูกค้า (Risk Profile)
การยกระดับจาก ตัวแทนประกันชีวิต สู่ ที่ปรึกษาทางการเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่ง แต่คือการพัฒนา “บทบาท” จากผู้ขายสินค้า เป็นผู้วางแผนชีวิตการเงินให้ลูกค้า ต้องใช้ทั้งความรู้ ทักษะการวิเคราะห์ และการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อคุณมีทั้ง ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และเครือข่าย บทบาทที่ปรึกษาทางการเงินก็จะเป็นทั้งอาชีพที่สร้างรายได้และสร้างคุณค่าต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง