Flexi Protection เปลี่ยนทุนประกันเป็นอะไรได้บ้าง

วันที่ : 31 ก.ค. 2569 /

Flexi Protection เปลี่ยนทุนประกันเป็นอะไรได้บ้าง

หลายคนอาจคิดว่า
ประกันชีวิตมีหน้าที่แค่…
“ถ้าเสียชีวิต คนข้างหลังได้เงิน”

แต่จริง ๆ แล้ว Flexi Protection ถูกออกแบบมาให้ “ทุนประกันชีวิต”
สามารถเปลี่ยนกลับมาใช้ดูแลตัวเราเองในอนาคตได้ด้วย

โดยเฉพาะช่วงหลังเกษียณ
ที่ค่ารักษาพยาบาลมักกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ของชีวิต

และสิ่งที่น่าสนใจคือ…

เราสามารถเลือกจัดสรรวงเงินนี้ได้เอง
ว่าจะใช้เป็นค่ารักษาผู้ป่วยนอก (OPD)
ค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) หรือใช้ผสมกันก็ได้

เปลี่ยนเป็นค่ารักษา OPD เฉลี่ยปีละ 40,000 บาท

หากมีทุนประกัน 1,000,000 บาท
เมื่ออายุครบ 65 ปี
สามารถเริ่มใช้สิทธิเปลี่ยนวงเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลได้

หากคาดการณ์ว่าเราจะมีอายุถึง 90 ปี
เท่ากับมีช่วงเวลาใช้งานประมาณ 25 ปี

วงเงินนี้จะสามารถเฉลี่ยใช้เป็นค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD)
ได้ประมาณปีละ 40,000 บาท

ข้อดีคือ…
ปีไหนใช้น้อย วงเงินก็ยังเหลือต่อไป
ปีไหนป่วยบ่อย ก็สามารถใช้มากขึ้นได้
ไม่มีการ “ทิ้งเบี้ย” แบบประกัน OPD ทั่วไปที่หมดปีต่อปี

เปลี่ยนมาช่วยจ่าย “ความรับผิดส่วนแรก”
ของประกันสุขภาพได้

สำหรับลูกค้าที่ถือประกันสุขภาพ
D Health หรือ D Health Plus หรือประกันสุขภาพของบริษัทอื่นๆ ที่มีความรับผิดส่วนแรก

และเลือกแผนแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) 30,000 บาทต่อครั้ง
คิดเป็นมูลค่าสูงสุดถึง 33 ครั้งที่แอดมิท

หลังเกษียณสามารถใช้สิทธิ Convertible Option
เปลี่ยนจากแบบมีส่วนรับผิดส่วนแรก

ลงมาเป็น “เหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรก” ได้
แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ…
ค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มหลังเกษียณนั้นสูงมาก

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายจริง
ตั้งแต่อายุ 65 – 90 ปี
หากถือแบบรับผิดส่วนแรก 30,000 บาท
ะจ่ายเบี้ยรวมประมาณ 2,874,705 บาท

แต่หากเปลี่ยนเป็นแผน “เหมาจ่ายบาทแรก”
จะมีเบี้ยรวมประมาณ 4,472,738 บาท

เท่ากับต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มถึง
1,598,033 บาท

แล้ว Flexi Protection ช่วยอะไร?
หากมี Flexi Protection ทุนประกัน 1,000,000 บาท
โดยจ่ายเบี้ยประมาณ 596,750 บาท
(ตัวอย่างเพศหญิง อายุ 35 ปี)

เราสามารถนำวงเงินนี้
มาช่วยจ่าย “ความรับผิดส่วนแรก” 30,000 บาทต่อครั้งได้
คิดเป็นมูลค่าสูงสุดถึง 33 ครั้งที่แอดมิท

และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
จากเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายเพิ่มได้ประมาณ
1,001,283 บาท

ที่สำคัญคือ…
หากไม่ได้แอดมิทเลย
หรือแอดมิทน้อยกว่า 33 ครั้ง

วงเงินที่เหลือก็ยังคงอยู่
และสามารถรับคืนเป็นเงินครบสัญญาได้อีก

เท่ากับว่า
ได้ใช้วงเงินดูแลสุขภาพ
ช่วยลดภาระค่าเบี้ยหลังเกษียณ
และยังมีเงินเหลือส่งต่อกลับมาได้

เมื่อไม่ได้แอดมิทเลย
เทียบกับการเปลี่ยนเป็นแผนเหมาจ่ายบาทแรกทันที
อาจช่วยประหยัดเบี้ยได้ถึง 1,598,033 บาท

และได้เงินครบสัญญาหรือทุนประกัน 1,000,000 บาท
คิดเป็นส่วนต่าง 403,250 บาท

แต่ในความเป็นจริง…

คงเป็นไปได้ยากใช่ไหมครับ
ที่ตลอด 26 ปีหลังเกษียณ
เราจะไม่ป่วยเลย หรือไม่ต้องนอนโรงพยาบาลเลยสักครั้ง

อย่างน้อย…
ชีวิตก็น่าจะมีช่วงที่ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลบ้าง

และถ้ามีเงินก้อนหนึ่ง ที่เตรียมไว้รองรับเรื่องนี้ล่วงหน้าแล้ว
ชีวิตหลังเกษียณก็น่าจะ “เบาใจ” มากขึ้น

Flexi Protection
จึงไม่ใช่แค่ประกันชีวิต

แต่เป็นการเปลี่ยน “ทุนประกัน”
ให้กลายเป็นเครื่องมือบริหารค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ

คนทำก็ได้ใช้เหลือก็ส่งต่อได้

เพราะสุดท้ายแล้ว…
คนส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลแค่เรื่อง “เสียชีวิตเร็วเกินไป”

แต่กังวลว่า
“ถ้าอยู่ยาว แล้วค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นเรื่อย ๆ จะทำอย่างไร”

และนี่คือเหตุผลว่า
ทำไมหลายคนเริ่มมอง Flexi Protection
เป็นทั้งประกันชีวิต
และแผนเตรียมค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณในเวลาเดียวกันครับ

ใครที่กำลังมองหาแผนประกันชีวิต
ที่ไม่ได้มีไว้แค่ “คุ้มครองตอนเสียชีวิต”
แต่ต่อยอดเป็น “ค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ” ได้ด้วย
ทักเข้ามาทางแชทได้ครับ
 

โพสต์ล่าสุด

Flexi Protection เปลี่ยนทุนประกันเป็นอะไรได้บ้าง
“ถ้าไม่ป่วยเลย เงินใน Flexi Protection หายไหม?”
คุ้มหรือไม่ ประกันสุขภาพเด็ก 0-5 ขวบ
วางแผนค่ารักษา OPD หลังเกษียณ ด้วยเฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินด้วยประกันชีวิตสร้างหลักประกันส่งต่อ