วันนี้ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro วางขายแล้วเงินในกระเป๋าก็ไม่มีแต่ก็อยากได้ เครื่องเก่าในมือก็หล่นแล้วหล่นอีก เอายังไงดีน้าซื้อหรือไม่ ใครยังตัดสินใจไม่ได้มาดูวิธีการที่ผมใช้ ข้อไหนนำไปเป็นแนวทางได้ก็ลองดูนะค้าบ

1. ผมเเทียบฟังก์ชั่นที่เพิ่มมาว่าเหมาะกับการทำงานของเราหรือไม่ (เน้นว่าการทำงานและเกิดประโยชน์)

2. เครื่องเก่าที่ใช้อยู่ยังดีอยู่หรือไม่ ใช้ต่อไปได้หรือป่าวและจะใช้ได้อีกนานแค่ไหน

3. หนี้บัตรเครดิตเก่ายังจ่ายไม่หมดหรือในแต่ละเดือนผ่อนอะไรอยู่บ้างเกิน 40 ของรายได้ไหม – ถ้าผ่อนเยอะอยู่แล้วก็ยังไม่ต้องซื้อ แต่ถ้ายังไม่ผ่อนอะไรหรือผ่อนนิดหน่อยก็ลองคำนวณดูว่าผ่อนเพิ่มจะหนักไปไหม เดี่ยวจะมัวแต่เอาเงินไปผ่อน iPhone หมดจนไม่มีกินข้าว ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ

4. ถ้าซื้อเงินสดเป็นเงินเก็บสำรองยามฉุกเฉินรึป่าว-ถ้าเป็นเงินสำรองก้อนสุดท้ายยังไม่ต้องซื้อ เดี่ยวฉุกเฉินจะไม่มีเงินใช้ ถ้ามีเงินเงินสำรองมากพอใช้ไปแล้วยังมีเหลือไว้ใช้ยามฉุกเฉินซื้อไว้ใช้ก็ไม่เสียหาย แต่ต้องดูเหตุผลอื่นๆประกอบด้วย

5. ซื้อเพราะอยากได้หรือซื้อตามคนอื่น ลองคิดดูว่าที่เราอยากได้เพราะอยากได้มาใช้งานจริงๆ ดูมานานแล้ว หรืออยากได้เพราะเพื่อนๆ มีกัน

6. คำนวณรายได้เทียบกับราคาเครื่องคือคำตอบ iPhone ราคาเริ่มต้น 24,900 บาท บางคนรายได้ 50,000 บาทต่อเดือนเฉลี่ย 312 บาทต่อชั่วโมง ( 8 ชม. 20 วัน) ต้องทำงาน 79 ชม.หรือเกือบ 10 วัน บางคนรายได้ 25,000 บาทต่อเดือนเฉลี่ย 156 บาทต่อชั่วโมง ( 8 ชม. 20 วัน) ต้องทำงาน 159 ชม.หรือเกือบ 20 วัน ถึงจะได้ iPhone มันคุ้มค่าไหมสำหรับการเสียพลังงานทำงานไปเท่านี้เพื่อสิ่งๆ นี้

7. รอไปก่อนได้ไหมบางทีอาจจะไม่ต้องซื้อช่วงเปิดตัวก็ได้ แต่รอช่วงที่มีงาน Mobile Expor อาจจะได้ของแถมหรือมีโปรโมชั่นน่าสนใจระหว่างนี้ก็ซื้อมออมเงินเสมือนว่าผ่อนแต่ละเดือนไปก่อน
ยืมเงินคนอื่นมาซื้อรึป่าว – อันนี้สำคัญมาก ถ้าไม่มีเงินเลยแต่ยืมคนอื่น ไม่ควรซื้อเด็ดขาด

8.(แถม ) ที่ผ่านมาเก็บเงินได้รึป่าวแบบ เก็บตามแผนว่าแต่ละเดือนะออมเท่าไหร่ เคยทำสำเร็จไหม ถ้ายังไม่รีบก็ลองหัดออมเงินดูก่อนแล้วค่อยผ่อน อย่างน้อยเดือนไหนฉุกเฉินต้องใช้เงิน ยังมีก้อนนี้สำรองไว้จ่ายแทน

สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวทุกคนเองกว่าจะตัดสินใจยังไง ตัวอย่างข้างบนอาจจะเป็นแนวทางเบื้องต้น ลองพิจารณาให้ดี เพราะเงินทองไม่ได้หามาง่ายๆ