4 ไอเดีย ได้ภาษีคืนปีนี้ เอาไปต่อยอดลดหย่อนยังไงดี

วันที่ : 14 มี.ค. 2566 /

 

ช่วงต้นปีแบบนี้ หลายคนน่าจะกำลังเริ่มยื่นภาษี
หรือบางคนก็ยื่นเรียบร้อยแล้ว

บางคนอาจต้อง “จ่ายเพิ่ม”
บางคนก็ “ได้เงินคืน”

และหลายคน…พอได้เงินคืนมา
ก็เริ่มวางแผนไว้แล้วว่าจะเอาไปทำอะไร

บางคนเตรียมไว้ใช้
บางคนเตรียมไว้ “หาตัวช่วยลดหย่อนภาษีของปีถัดไป”
จะได้ไม่ต้องมาเก็บเงินก้อนใหญ่ตอนปลายปี


แต่สำหรับใครที่ “ไม่เคยวางแผนภาษีมาก่อน”
อาจต้องกุมขมับทันที…เมื่อเห็นยอดภาษีที่ต้องจ่าย

เพราะยิ่งรายได้เยอะ = ภาษียิ่งเยอะ

แล้วจะดีกว่าไหม
ถ้าเราสามารถ “ลดภาษี” ไปพร้อมกับ “ได้ประโยชน์เพิ่ม”

และที่สำคัญ…เริ่มได้ตั้งแต่ต้นปีเลย


1. ทำประกันชีวิต 

ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบ เช่น

  • เน้นความคุ้มครองชีวิต
  • เน้นการออม
  • เน้นสุขภาพและอุบัติเหตุ

นอกจากช่วยลดภาษี
ยังเป็นการสร้าง “เงินก้อนให้คนข้างหลัง” ในกรณีเสียชีวิต

บางแบบยังมี “เงินคืนทุกปี” อีกด้วย
เรียกได้ว่าคุ้มทั้งปัจจุบันและอนาคต


2. ทำประกันสุขภาพ

ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท (ของตัวเอง) และถ้าซื้อให้พ่อแม่
ลดเพิ่มได้อีกสูงสุด 15,000 บาท

ประกันสุขภาพคือ “ตัวช่วยลดความเสี่ยงค่ารักษา”
โดยเฉพาะยุคนี้ที่ค่ารักษาพยาบาลสูงมาก

ยิ่งในผู้สูงอายุ
ยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

แต่ควรทำตั้งแต่เนิ่น ๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไข “ยกเว้นโรค”


3. ลงทุนในกองทุน

  • RMF (เพื่อเกษียณ)
    ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้
    สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
  • SSF (ออมระยะยาว)
    ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้
    สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

ข้อดีคือ
นอกจากลดภาษีแล้ว…เงินยัง “งอกเงย”

สามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย
ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หรือแม้แต่ทองคำ


4. ช้อปสินค้า/บริการที่ร่วมรายการ

สายช้อปต้องรู้จักโครงการ
“ช้อปดีมีคืน”

ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท

ใช้ได้กับสินค้าและบริการในประเทศที่มี VAT
รวมถึง

  • หนังสือ
  • e-Book
  • สินค้า OTOP

ได้ทั้งของที่อยากได้
และยังได้ลดภาษีไปพร้อมกัน

แต่โครงการนี้ “มีช่วงเวลา”
ต้องติดตามรายละเอียดในแต่ละปีให้ดี


นอกจากนี้
ยังมีค่าลดหย่อนอื่น ๆ อีก เช่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
  • เงินบริจาค

ซึ่งทั้งหมดนี้
ไม่ได้แค่ช่วย “ประหยัดภาษี”

แต่ยังเป็นการ
“บริหารเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ด้วย


หลายคนอาจคิดว่า
“เพิ่งต้นปีเอง ยังไม่ต้องรีบก็ได้”

แต่ในความเป็นจริง…
มีหลายคนพลาดโอกาสเพียงเพราะ “รอปลายปี”

เงินที่ตั้งใจจะเอาไปลดหย่อน
อาจถูกใช้ไปกับเหตุฉุกเฉิน
หรือเผลอใช้กับเรื่องไม่จำเป็นจนหมด

สุดท้าย…
ไม่มีเงินพอสำหรับวางแผนภาษี


ดังนั้น…

ถ้าวันนี้คุณมีเงินอยู่ในมือ
และตั้งใจจะ “ออม ลงทุน หรือลดหย่อน” อยู่แล้ว

เริ่มวันนี้เลยครับ