
รู้แล้วว่าต้องมีเงินเกษียณเท่าไหร่... แล้วต้องออมเดือนละเท่าไหร่?
จากบทความที่แล้ว เราลองคำนวณกันว่า หากวันนี้อายุ 35 ปี ใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท และอยากเกษียณตอนอายุ 55 ปี พร้อมทั้งคำนวณเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี สุดท้ายจะต้องมีเงินประมาณ 22.7 ล้านบาท เพื่อใช้หลังเกษียณจนถึงอายุ 90 ปี
หลายคนเห็นตัวเลขแล้วส่งข้อความมาถามผมว่า
"ต้องมีเงินตั้ง 23 ล้านบาท แล้วจะเริ่มยังไง?"
คำตอบคือ... เราไม่จำเป็นต้องมีเงิน 22 ล้านบาทตั้งแต่วันนี้
สิ่งที่เราต้องทำ คือ ค่อย ๆ ออมและลงทุน ให้เงินทำงานร่วมกับเรา
หลายคนเข้าใจว่าการเก็บเงินเกษียณ คือการเอาเงินก้อนที่ต้องใช้ หารด้วยจำนวนปีที่เหลือก่อนเกษียณ
เช่น 23 ล้านบาท หารด้วย 20 ปี ก็คิดว่าต้องเก็บปีละกว่าล้านบาท
วิธีคิดแบบนี้ผิดอยู่เรื่องหนึ่ง เพราะลืมไปว่า เงินที่ออมไว้ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้
ลองมาดูตัวอย่างเดียวกัน
อายุปัจจุบัน 35 ปี เกษียณตอนอายุ 55 ปี เหลือเวลาเตรียมตัว 20 ปี และตั้งเป้าว่าต้องมีเงิน 22.7 ล้านบาท
หากลงทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี
จะต้องออมประมาณ 688,000 บาทต่อปี
หรือประมาณ 57,000 บาทต่อเดือน
แต่ถ้าสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ 10% ต่อปี
จำนวนเงินที่ต้องออมจะลดลงเหลือประมาณ 397,000 บาทต่อปี
หรือประมาณ 33,000 บาทต่อเดือน
จะเห็นว่า แม้เป้าหมายเงินก้อนจะเท่าเดิม แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนที่แตกต่างกัน
ทำให้จำนวนเงินที่ต้องออมแตกต่างกันอย่างมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการวางแผนเกษียณ ไม่ได้มีแค่เรื่อง "เก็บเงิน"
แต่ต้องเรียนรู้เรื่อง "การลงทุน" ควบคู่กันไปด้วย
อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนเข้าใจอีกเรื่องหนึ่งว่า ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
มักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น
ไม่มีการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทน 10% ทุกปีแบบรับประกัน
ดังนั้นตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ เพื่อให้เห็นหลักการในการวางแผนเท่านั้นครับ
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือ เราไม่จำเป็นต้องออมเท่าเดิมตลอด 20 ปี
ในชีวิตจริง รายได้ของคนส่วนใหญ่มักเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์การทำงาน
หลายคนเริ่มต้นออมเดือนละ 10,000 บาท แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็น 15,000 บาท 20,000 บาท
หรือ 30,000 บาท เมื่อรายได้สูงขึ้น วิธีนี้ทำให้การวางแผนเกษียณทำได้ง่ายกว่าการบังคับตัวเองให้ออมจำนวนมากตั้งแต่วันแรก
สุดท้ายแล้ว
การวางแผนเกษียณไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่เหมือนกันสำหรับทุกคน
บางคนมีเงินลงทุนอยู่แล้ว บางคนมีอสังหาริมทรัพย์สร้างรายได้
บางคนมีธุรกิจที่ยังสร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณ
หรือบางคนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น กองทุนรวม ประกันบำนาญ
หรือการลงทุนรูปแบบอื่นเข้ามาช่วยลดภาระในการสร้างเงินก้อน
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การหาว่าต้องมีเงิน 22 ล้านบาทหรือ 30 ล้านบาท
แต่คือการรู้ว่า วันนี้เราควรเริ่มออมเท่าไหร่ และควรลงทุนอย่างไร เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในวันที่ยังมีเวลา
เพราะยิ่งเริ่มเร็ว เงินจะยิ่งมีเวลาทำงานให้เรา และนั่นคือพลังของ "ดอกเบี้ยทบต้น" ที่ช่วยให้การเกษียณในฝัน เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นทุกปี