
หลังจากคำนวณแล้วว่า เมื่ออายุ 55 ปี เราอาจต้องมีรายได้ประมาณ 54,500 บาทต่อเดือน เพื่อให้มีกำลังซื้อเทียบเท่ากับเงิน 30,000 บาทในปัจจุบัน
คำถามต่อไปคือ...
เราควรนำเงินทั้งหมดไปลงทุนหรือไม่?
สำหรับผม คำตอบคือ ไม่จำเป็น
เพราะเมื่อถึงวัยเกษียณ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การสร้างผลตอบแทนให้สูงที่สุด แต่คือการมีเงินใช้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ และไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดก่อนหมดอายุ
ผมจึงมองว่า การวางแผนเกษียณไม่ควรแบ่งตามประเภทของผลิตภัณฑ์ แต่ควรแบ่งตาม "หน้าที่ของเงิน"
หน้าที่ที่ 1 : เงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้
20-30% จัดไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้กระแสเงินสดแน่นอน เช่น ประกันบำนาญ เงินฝาก พันธบัตร หรือกองทุนตราสารหนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
ไม่ว่าจะเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ตลาดหุ้นขึ้นหรือลง เราก็ยังต้องกินข้าว จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการดำรงชีวิต
เงินส่วนนี้จึงควรอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและคาดการณ์ได้ เช่น ประกันบำนาญ เงินฝาก พันธบัตร หรือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ
เหตุผลไม่ใช่เพราะให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่เพราะเราต้องการ ความมั่นใจ ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทุกเดือน
หน้าที่ที่ 2 : เงินสำหรับให้เติบโต
70-80 % ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น กองทุนหุ้น หรือสินทรัพย์เติบโต เพื่อช่วยให้เงินยังงอกเงยและสามารถชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
เมื่อมีรายได้พื้นฐานที่มั่นคงแล้ว เงินอีกส่วนหนึ่งจึงสามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า เช่น กองทุนหุ้น หุ้น หรือสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว
เงินก้อนนี้มีหน้าที่สร้างผลตอบแทน เพื่อช่วยให้เงินตามทันเงินเฟ้อ เพิ่มคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ และรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
แม้การลงทุนจะมีความผันผวน แต่การมีรายได้พื้นฐานรองรับอยู่แล้ว จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องรีบขายสินทรัพย์ในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงเพื่อนำเงินมาใช้
เป้าหมายของการวางแผนเกษียณ ไม่ใช่ผลตอบแทนสูงที่สุด
หลายคนพยายามหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่ลืมถามตัวเองว่า
ถ้าปีแรกหลังเกษียณ ตลาดหุ้นลดลง 20-30% เราจะยังมีเงินใช้หรือไม่?
การมีรายได้ที่แน่นอนจากสินทรัพย์ที่มั่นคง จะช่วยให้เรายังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่เงินลงทุนมีเวลาฟื้นตัวและเติบโตต่อไป
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมมองว่า การวางแผนเกษียณที่ดี ไม่ใช่การเลือกว่าจะลงทุนทั้งหมด หรือซื้อประกันบำนาญทั้งหมด
แต่คือการให้ เงินแต่ละก้อนทำหน้าที่ของตัวเอง
เงินก้อนหนึ่ง ทำหน้าที่ดูแล "ชีวิตประจำวัน"
เงินอีกก้อนหนึ่ง ทำหน้าที่สร้าง "การเติบโต"
เมื่อทั้งสองส่วนทำงานร่วมกัน เราจะมีทั้ง ความมั่นคง และ โอกาสเติบโต ไปพร้อมกัน
เพราะสุดท้ายแล้ว เป้าหมายของเงินเกษียณ ไม่ใช่การมีตัวเลขที่สูงที่สุดในพอร์ต แต่คือการมีเงินใช้ทุกเดือนอย่างมั่นใจ และใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างที่ตั้งใจไว้