True Story... System of Life

วันที่ : 29 ก.ย. 2562 /

True Story... System of Life

ผมเชื่อว่าหลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้ น่าจะอยู่ในช่วงวัยทำงาน กำลังตั้งใจสร้างรายได้ เก็บเงิน และวางแผนชีวิตเพื่อให้ตัวเองมีความมั่นคงในอนาคต ซึ่งก็เหมือนกับผม

เมื่อเห็นภาพนี้ สิ่งแรกที่นึกถึงคือ "วงจรของชีวิต"
ตอนเด็ก เรามีเวลา มีแรง แต่ยังไม่มีเงิน เพราะยังไม่มีรายได้

พอเข้าสู่วัยทำงาน เราเริ่มมีรายได้ มีแรงในการทำงาน แต่สิ่งที่หายไปกลับเป็น "เวลา" เพราะต้องแลกเวลาส่วนใหญ่กับการทำงานเพื่อสร้างฐานะและดูแลครอบครัว
เมื่อถึงวัยเกษียณ หลายคนหวังว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต มีทั้งเงินเก็บ มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น แรงกายก็อาจไม่เหมือนเดิม จึงเกิดประโยคที่หลายคนคุ้นเคยว่า "มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง"

นี่คือ System of Life ที่เราคุ้นเคยกันมาตลอด แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันชีวิตหลังเกษียณของคนจำนวนไม่น้อย กลับไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว
จากข้อมูลของหลายหน่วยงาน รวมถึงสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าคนวัยทำงานในปัจจุบันทำงานหนักขึ้น มีรายได้มากขึ้นก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้สัดส่วนการออมไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก หลายคนจึงมีเงินเก็บสำหรับวัยเกษียณน้อยกว่าที่ควร

สุดท้ายแล้ว ชีวิตหลังเกษียณของหลายคนอาจกลายเป็น "มีเวลา แต่ไม่มีเงิน และไม่มีแรง" ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลกว่าตารางแรกในภาพเสียอีก

ยิ่งสำหรับคนที่ไม่มีลูกหรือไม่มีคนคอยดูแลในอนาคต การวางแผนเกษียณยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองทั้งหมด

การวางแผนเกษียณจึงไม่ใช่เรื่องของคนใกล้เกษียณ แต่เป็นเรื่องของคนวัยทำงานทุกคน เพราะยิ่งเริ่มวางแผนเร็ว ภาระในการออมต่อเดือนก็ยิ่งน้อย และมีโอกาสสร้างชีวิตหลังเกษียณในแบบที่ตัวเองต้องการได้มากขึ้น

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า วันนี้เราหาเงินได้เท่าไร แต่คือ วันที่เราไม่สามารถทำงานหาเงินได้แล้ว เราจะยังใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้หรือไม่
เพราะการเกษียณที่มีความสุข ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการวางแผนตั้งแต่วันที่เรายังมีทั้งเวลา มีแรง และยังมีรายได้ให้เก็บออม