ฟรีแลนซ์จัดพอร์ตสุขภาพและเงินออม สร้างอิสระภาพทางการเงินแบบไหนดี | มีเรื่องมาเล่า

วันที่ : 20 พ.ย. 2563 /

สวัสดีครับทุกคน

สำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ หรือ “ฟรีแลนซ์” เรามักมีรายได้ที่ไม่แน่นอนเหมือนพนักงานประจำ
บางเดือนได้เยอะมาก บางเดือนได้น้อย

ฉะนั้น การวางแผนการออมและการดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ

เพราะกลุ่มอาชีพอิสระจะไม่มีสวัสดิการมาช่วยดูแลเรื่องสุขภาพเหมือนพนักงานประจำ
หากไม่มีการบริหารความเสี่ยงและวางแผนการเงินอย่างเหมาะสม
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ก็อาจต้องนำเงินเก็บมาใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล
ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี


ฟรีแลนซ์ต้องรู้จักบริหารความเสี่ยง

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเงินออมของอาชีพอิสระหลัก ๆ มี 2 เรื่อง

  1. ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เพราะเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ทำให้ “รายได้หยุดทันที”
  2. ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เมื่อจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

ไม่ว่าจะเกิดกรณีใด สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันคือ “รายได้หาย แต่รายจ่ายยังอยู่”

ลองนึกภาพง่าย ๆ
ถ้าปกติคุณมีรายได้วันละ 5,000 บาท
วันที่ต้องนอนโรงพยาบาล = รายได้หายไปทันทีวันละ 5,000 บาท

ดังนั้น นอกจากการออมเงินและทำประกันสุขภาพแล้ว
สิ่งที่ฟรีแลนซ์ควรมีเพิ่มเติม คือ “ประกันที่มีเงินชดเชยรายได้รายวัน”

เพื่อช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่หายไปในช่วงที่ทำงานไม่ได้

และเนื่องจากไม่มีสวัสดิการเหมือนพนักงานประจำ
จึงควรมีประกันสุขภาพเพื่อช่วยลดภาระค่ารักษา
ซึ่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8–10% ต่อปี

โดยควรเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับกำลังซื้อ เช่น

  • ค่าห้องผู้ป่วยใน (IPD)
  • ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย

เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ควรเลือกแผนที่ “จ่ายไหวในระยะยาว” เป็นหลัก


รายได้น้อย ก็สร้างความคุ้มครองได้

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเป็นฟรีแลนซ์
และยังมีรายได้ไม่สูงมาก

สามารถเริ่มจากแผนประกันที่วงเงินไม่สูงก่อน
เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในระดับหนึ่ง

เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต
ค่อยปรับเพิ่มความคุ้มครองให้เหมาะสมมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือ
???? ความคุ้มครองต้อง “ไม่เกินกำลังจ่าย”

ปัจจุบันมีแผนประกันสุขภาพที่เริ่มต้นเบี้ยประมาณหลักพันต่อเดือน
ซึ่งสามารถช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ในระยะยาว


ฟรีแลนซ์ยุคใหม่ ต้องรู้จักการออมและลงทุน

นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว
การเก็บออมก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก

ช่วงที่รายได้ดี ควรแบ่งเงินมาออมอย่างสม่ำเสมอ
เช่น การออมผ่านประกันสะสมทรัพย์
เพื่อสร้างวินัยและผลตอบแทนระยะยาว

รวมถึงประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ เช่น

  • ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
  • ประกันบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
  • ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท
    (รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท)

ลงทุนก็ได้ ความคุ้มครองก็มี

อีกทางเลือกหนึ่งคือ “ประกันควบการลงทุน (Unit Linked)”

ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากได้ทั้ง
✔ ความคุ้มครองชีวิต
✔ และโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน

โดยสามารถเลือกกองทุนได้ตามความเสี่ยงที่รับได้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจะเป็นผู้บริหารเงินลงทุน
ส่วนบริษัทประกันจะดูแลความคุ้มครองชีวิต

ทำให้สามารถวางแผนทั้ง “วันนี้และอนาคต” ไปพร้อมกันได้


สรุปสั้น ๆ สำหรับฟรีแลนซ์

  • รายได้ไม่แน่นอน = ต้องวางแผนมากกว่าคนทั่วไป
  • สุขภาพ = ความเสี่ยงที่กระทบเงินก้อนใหญ่
  • ประกัน = เครื่องมือช่วย “กันเงินรั่ว”
  • การออม + ลงทุน = ทำให้อนาคตมั่นคงขึ้น

 

โพสต์ล่าสุด

จุดเริ่มต้นในการวางแผนการเงินของพี่เล็ก | มีเรื่องมาเล่า
หมดยุคอาชีพเดียวเพราะเงินไม่พอใช้ต้องมีอาชีพที่สอง! | มีเรื่องมาเล่า
วางแผนปกป้องความเสี่ยง | มีเรื่องมาเล่า
เรื่องเล่าของคนชอบเปย์ | มีเรื่องมาเล่า
รู้หรือไม่ เราใช้จ่ายเงินเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผล | มีเรื่องมาเล่า