
สวัสดีครับทุกคน
เคยเป็นกันไหมครับ…
บางครั้งมีอารมณ์อยากซื้อนู่นซื้อนี่ ทั้งที่ยังไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร
บางครั้งอยากซื้อเสื้อผ้า
อยากซื้อรองเท้าคู่ใหม่
ทั้งที่คู่เดิมก็ยังใช้ได้อยู่
หรือบางครั้ง…อยากใช้เงิน แต่หาเหตุผลไม่ได้เลยว่าจะใช้ไปทำอะไร
ขอแค่ “ได้ใช้” ก็พอ
ถ้าใครเคยมีอารมณ์แบบนี้ บอกเลยว่า “ปกติมากครับ”
เพราะ Suze Orman โค้ชการเงินชื่อดังระดับโลก เคยบอกไว้ว่า
“เมื่อเรามีความโกรธ ความเครียด หรืออารมณ์ด้านลบอื่น ๆ ผุดขึ้นมา
มันจะทำให้เราทำเรื่องที่ผิดปกติไป”
เช่น…การใช้เงินช้อปปิ้งเพื่อระบายความเครียดนั่นเอง
จริง ๆ แล้ว คนเราทุกคนมีทั้งอารมณ์ดีและอารมณ์เสียสลับกันไปเป็นเรื่องธรรมดา
แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ
อารมณ์เหล่านั้น มีผลต่อการใช้เงินของเราโดยตรง
ลองคิดดูนะครับ
ถ้าตัดเรื่อง “เงินเหลือใช้” และ “คุณภาพสินค้า” ออกไป
- ทำไมเราต้องซื้อนาฬิกาเรือนละ 10,000 บาท
ทั้งที่นาฬิกา 1,000 บาทก็บอกเวลาได้เหมือนกัน - ทำไมเราต้องซื้อรองเท้าแตะคู่ละหลายพัน
ทั้งที่คู่ละ 100 กว่าบาทก็ใส่ได้เหมือนกัน
คำตอบก็คือ…
“เงินกับอารมณ์ของเรา มันแทบเป็นเรื่องเดียวกัน”
เราอาจรู้สึกว่าสินค้าที่แพงกว่า “มีคุณค่ามากกว่า”
รู้สึกดีเวลาได้ใส่
หรือรู้สึกมีความสุขเวลาได้ซื้อ
และมันก็ไม่ผิดเลยครับ
ถ้าเราจะใช้ “อารมณ์” เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ
เพราะความจริงแล้ว…
การตลาด หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ
ก็ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้น “อารมณ์” ของเราทั้งนั้น
แทบไม่มีที่ไหนนั่งอธิบายคุณสมบัติสินค้าแบบจริงจังให้เราฟังยาว ๆ
ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ
น้อยครั้งมาก…ที่เราจะถามตัวเองว่า
- ของชิ้นนี้ “จำเป็นไหม”
- ซื้อไปแล้ว “ได้ใช้จริงหรือเปล่า”
แต่ส่วนใหญ่เราจะซื้อเพราะ
“ความอยาก”
แล้วค่อยหาเหตุผลมาสนับสนุนทีหลังว่า
- มันจำเป็น
- ของมันต้องมี
เพราะแบบนี้แหละครับ
เราถึงต้อง “ประคองอารมณ์ตัวเอง” ให้ดี
เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง
กับการใช้เงินตามอารมณ์
ในเมื่อ
“เงินกับอารมณ์ของเราเป็นเรื่องเดียวกัน”
คำถามคือ…
แล้วเราจะจัดการยังไงดี
ถ้าไม่อยากเสียเงินทุกครั้งที่รู้สึก
เครียด เบื่อ เหงา หรือเศร้า
นี่คือวิธีที่ผมใช้ครับ ????
1. ของชิ้นเล็ก (หลักร้อย)
ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ซื้อเลย
แต่จะพยายามคิดก่อนนิดนึงว่า “เอาไปใช้แน่ไหม”
2. ของชิ้นกลาง (หลักพัน)
จะไปดูของก่อนครั้งหนึ่ง
แต่ “ยังไม่ซื้อ”
กลับบ้านมาก่อน
ดูว่าอีก 1–2 วัน เรายังอยากได้อยู่ไหม
ถ้ายังอยากได้จริง ค่อยกลับไปซื้อ
3. ของชิ้นใหญ่ (หลักหมื่นขึ้นไป)
จะไม่รีบซื้อเด็ดขาด
จะเริ่มจาก
- หาข้อมูล อ่านรีวิว
- เปรียบเทียบหลาย ๆ ตัวเลือก
- แล้วถามตัวเองว่า ยังอยากได้อยู่ไหม, จำเป็นจริงหรือเปล่า. มีเงินพร้อมจ่ายไหม (ไม่ใช่แค่ผ่อน). มีโปรหรือส่วนลดที่ดีกว่านี้ไหม
แต่ถ้าบังเอิญไปเดินห้าง
แล้วเจอของชิ้นเล็ก ราคาไม่แพง
และ “อยากได้มานานแล้ว”
แบบนี้…ซื้อได้ครับ ไม่ผิด ????
ผมเชื่อว่าหลายคนเคย
“เผลอใช้เงินตามอารมณ์” มากกว่าเหตุผล
แต่จริง ๆ แล้ว
เงินกับอารมณ์ แยกออกจากกันได้
เราไม่จำเป็นต้องเสียเงิน
ทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ปกติ
พอรู้แบบนี้แล้ว
ครั้งหน้าถ้าจะช้อปปิ้ง
ลอง “คิดให้ช้าลงอีกนิด”
ทบทวนให้มากขึ้นอีกหน่อย
อย่าปล่อยให้ตัวเอง
ตกเป็น “เหยื่อของการตลาด”
ที่คอยกระตุ้นความอยากของเรา
ถ้าชอบบทความนี้
ฝากกดไลก์ กดแชร์
ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันด้วยนะครับ ????