รู้หรือไม่ เราใช้จ่ายเงินเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผล | มีเรื่องมาเล่า

วันที่ : 21 ธ.ค. 2563 /

สวัสดีครับทุกคน

เคยเป็นกันไหมครับ…
บางครั้งมีอารมณ์อยากซื้อนู่นซื้อนี่ ทั้งที่ยังไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร

บางครั้งอยากซื้อเสื้อผ้า
อยากซื้อรองเท้าคู่ใหม่
ทั้งที่คู่เดิมก็ยังใช้ได้อยู่

หรือบางครั้ง…อยากใช้เงิน แต่หาเหตุผลไม่ได้เลยว่าจะใช้ไปทำอะไร
ขอแค่ “ได้ใช้” ก็พอ

ถ้าใครเคยมีอารมณ์แบบนี้ บอกเลยว่า “ปกติมากครับ”

เพราะ Suze Orman โค้ชการเงินชื่อดังระดับโลก เคยบอกไว้ว่า

“เมื่อเรามีความโกรธ ความเครียด หรืออารมณ์ด้านลบอื่น ๆ ผุดขึ้นมา
มันจะทำให้เราทำเรื่องที่ผิดปกติไป”

เช่น…การใช้เงินช้อปปิ้งเพื่อระบายความเครียดนั่นเอง


จริง ๆ แล้ว คนเราทุกคนมีทั้งอารมณ์ดีและอารมณ์เสียสลับกันไปเป็นเรื่องธรรมดา
แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ

อารมณ์เหล่านั้น มีผลต่อการใช้เงินของเราโดยตรง

ลองคิดดูนะครับ

ถ้าตัดเรื่อง “เงินเหลือใช้” และ “คุณภาพสินค้า” ออกไป

  • ทำไมเราต้องซื้อนาฬิกาเรือนละ 10,000 บาท
    ทั้งที่นาฬิกา 1,000 บาทก็บอกเวลาได้เหมือนกัน
  • ทำไมเราต้องซื้อรองเท้าแตะคู่ละหลายพัน
    ทั้งที่คู่ละ 100 กว่าบาทก็ใส่ได้เหมือนกัน

คำตอบก็คือ…

“เงินกับอารมณ์ของเรา มันแทบเป็นเรื่องเดียวกัน”

เราอาจรู้สึกว่าสินค้าที่แพงกว่า “มีคุณค่ามากกว่า”
รู้สึกดีเวลาได้ใส่
หรือรู้สึกมีความสุขเวลาได้ซื้อ

และมันก็ไม่ผิดเลยครับ
ถ้าเราจะใช้ “อารมณ์” เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ

เพราะความจริงแล้ว…
การตลาด หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ
ก็ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้น “อารมณ์” ของเราทั้งนั้น

แทบไม่มีที่ไหนนั่งอธิบายคุณสมบัติสินค้าแบบจริงจังให้เราฟังยาว ๆ


ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ

น้อยครั้งมาก…ที่เราจะถามตัวเองว่า

  • ของชิ้นนี้ “จำเป็นไหม”
  • ซื้อไปแล้ว “ได้ใช้จริงหรือเปล่า”

แต่ส่วนใหญ่เราจะซื้อเพราะ
“ความอยาก”

แล้วค่อยหาเหตุผลมาสนับสนุนทีหลังว่า

  • มันจำเป็น
  • ของมันต้องมี

เพราะแบบนี้แหละครับ
เราถึงต้อง “ประคองอารมณ์ตัวเอง” ให้ดี

เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง
กับการใช้เงินตามอารมณ์

ในเมื่อ
“เงินกับอารมณ์ของเราเป็นเรื่องเดียวกัน”

คำถามคือ…
แล้วเราจะจัดการยังไงดี
ถ้าไม่อยากเสียเงินทุกครั้งที่รู้สึก
เครียด เบื่อ เหงา หรือเศร้า


นี่คือวิธีที่ผมใช้ครับ ????

1. ของชิ้นเล็ก (หลักร้อย)
ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ซื้อเลย
แต่จะพยายามคิดก่อนนิดนึงว่า “เอาไปใช้แน่ไหม”

2. ของชิ้นกลาง (หลักพัน)
จะไปดูของก่อนครั้งหนึ่ง
แต่ “ยังไม่ซื้อ”

กลับบ้านมาก่อน
ดูว่าอีก 1–2 วัน เรายังอยากได้อยู่ไหม
ถ้ายังอยากได้จริง ค่อยกลับไปซื้อ

3. ของชิ้นใหญ่ (หลักหมื่นขึ้นไป)
จะไม่รีบซื้อเด็ดขาด

จะเริ่มจาก

  • หาข้อมูล อ่านรีวิว
  • เปรียบเทียบหลาย ๆ ตัวเลือก
  • แล้วถามตัวเองว่า ยังอยากได้อยู่ไหม, จำเป็นจริงหรือเปล่า. มีเงินพร้อมจ่ายไหม (ไม่ใช่แค่ผ่อน). มีโปรหรือส่วนลดที่ดีกว่านี้ไหม

แต่ถ้าบังเอิญไปเดินห้าง
แล้วเจอของชิ้นเล็ก ราคาไม่แพง
และ “อยากได้มานานแล้ว”

แบบนี้…ซื้อได้ครับ ไม่ผิด ????


ผมเชื่อว่าหลายคนเคย
“เผลอใช้เงินตามอารมณ์” มากกว่าเหตุผล

แต่จริง ๆ แล้ว
เงินกับอารมณ์ แยกออกจากกันได้

เราไม่จำเป็นต้องเสียเงิน
ทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ปกติ


พอรู้แบบนี้แล้ว

ครั้งหน้าถ้าจะช้อปปิ้ง
ลอง “คิดให้ช้าลงอีกนิด”
ทบทวนให้มากขึ้นอีกหน่อย

อย่าปล่อยให้ตัวเอง
ตกเป็น “เหยื่อของการตลาด”
ที่คอยกระตุ้นความอยากของเรา

ถ้าชอบบทความนี้
ฝากกดไลก์ กดแชร์
ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันด้วยนะครับ ????

 

โพสต์ล่าสุด

จุดเริ่มต้นในการวางแผนการเงินของพี่เล็ก | มีเรื่องมาเล่า
หมดยุคอาชีพเดียวเพราะเงินไม่พอใช้ต้องมีอาชีพที่สอง! | มีเรื่องมาเล่า
วางแผนปกป้องความเสี่ยง | มีเรื่องมาเล่า
เรื่องเล่าของคนชอบเปย์ | มีเรื่องมาเล่า
รู้หรือไม่ เราใช้จ่ายเงินเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผล | มีเรื่องมาเล่า