ไม่ได้เป็นข้าราชการ มีเงินบำนาญไว้ใช้หลังเกษียณได้

วันที่ : 26 เม.ย. 2567 /

 

มีหลายคนสอบถามเข้ามาว่า แบบประกันบำนาญที่อู๋โฆษณาไว้ ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการก็ทำได้ด้วยเหรอ?
บอกเลยครับว่า ความสงสัยนี้เคยเป็นความสงสัยของอู๋เหมือนกัน

ตอนเด็ก ๆ ยายจะพูดกับอู๋เสมอว่า "อยากให้รับราชการ เพราะงานมั่นคง และมีเงินบำนาญหลังเกษียณ" ทำให้ความเข้าใจนี้ฝังอยู่ในหัวมาตลอดว่า การจะมีเงินบำนาญได้ ต้องเป็นข้าราชการเท่านั้น

จนกระทั่งเริ่มทำงานและศึกษาการวางแผนการเงิน จึงได้รู้ว่า แม้เราไม่ได้เป็นข้าราชการ ก็สามารถวางแผนออมเงินเพื่อสร้างบำนาญให้ตัวเองได้ และเมื่อได้มาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ก็ยิ่งเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

จริง ๆ แล้ว แบบประกันบำนาญมีแนวคิดคล้ายกับระบบบำนาญของข้าราชการ คือช่วงที่เรายังทำงาน เราจะทยอยออมเงินไว้ก่อน แล้วเมื่อถึงวัยเกษียณ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่อายุประมาณ 55–60 ปี บริษัทก็จะทยอยจ่ายเงินบำนาญให้เราไปจนถึงอายุ 85 ปี หรือ 99 ปี ขึ้นอยู่กับแบบประกันที่เลือก

จำนวนเงินบำนาญที่จะได้รับ มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เราออมไว้ โดยแบบประกันบำนาญจะออกแบบแผนและตารางผลประโยชน์ไว้เรียบร้อย การันตีจำนวนเงินบำนาญที่ได้รับล่วงหน้า เราจึงรู้ได้ตั้งแต่วันแรกว่า หลังเกษียณจะมีรายได้เดือนละเท่าไร และเงินที่ได้รับ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท ทำให้วางแผนอนาคตได้ชัดเจน

อีกข้อที่หลายคนไม่ทราบคือ แบบประกันบำนาญไม่ได้จำกัดว่าทำได้เพียงฉบับเดียว หากมีเงินบำนาญจากแผนเดิมแล้ว แต่คิดว่ายังไม่เพียงพอ ก็สามารถทำเพิ่มเติมได้ตามกำลังที่เหมาะสม
นอกจากเงินบำนาญหลังเกษียณแล้ว แบบประกันบำนาญยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีก เช่น

1. มีความคุ้มครองชีวิตระหว่างที่ยังชำระเบี้ยประกัน
หลายคนเข้าใจผิดว่า ประกันบำนาญออมเงินอย่างเดียว หากเสียชีวิตจะไม่ได้อะไรเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ
ระหว่างที่ยังอยู่ในช่วงชำระเบี้ย ผู้เอาประกันยังได้รับความคุ้มครองชีวิต โดยทุนประกันจะขึ้นอยู่กับแบบที่เลือก เช่น บางแผนออมเงินหลักหมื่นต่อเดือน แต่ได้รับความคุ้มครองชีวิตหลักแสนหรือหลักล้านบาท หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน คนข้างหลังก็ยังได้รับเงินก้อนนี้ไปใช้ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตได้จนถึงวัยเกษียณ ตัวเราเองก็จะเป็นผู้ได้รับเงินบำนาญตามแผน

2. ใช้ลดหย่อนภาษีได้
รัฐบาลสนับสนุนให้คนไทยมีเงินใช้หลังเกษียณ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ จึงให้สิทธินำเบี้ยประกันบำนาญไปลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 200,000 บาท หรือไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
ทั้งนี้ เมื่อนำไปรวมกับสิทธิการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ เช่น SSF, RMF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และหากยังใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิตทั่วไปไม่ครบ ก็สามารถใช้สิทธิส่วนนั้นได้เพิ่มเติมตามเงื่อนไขอีก 100,000 บาท

3. เลือกรูปแบบการออมได้ยืดหยุ่น
จุดเด่นอีกอย่างของประกันบำนาญ คือมีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งออมยาวไปจนถึงเกษียณ (เช่น อายุ 55 หรือ 60 ปี) หรือเลือกออมระยะสั้น เช่น จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี แล้วรอรับบำนาญในอนาคตก็ได้ บางคนเลือกทำแผน 5 ปี แล้วเมื่อพร้อมค่อยวางแผนเพิ่มอีกฉบับ ก็สามารถทำได้ตามเป้าหมายและกำลังของตัวเอง

สุดท้ายนี้ ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นข้าราชการ และไม่มีสวัสดิการบำนาญจากภาครัฐ เราก็สามารถสร้าง "กองทุนบำนาญ" ของตัวเองได้เช่นกัน เพื่อให้มีรายได้ใช้หลังเกษียณอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกรับเป็นรายปี หรือให้บริษัทโอนเงินบำนาญเข้าบัญชีเป็นรายเดือนก็ได้เพราะการเกษียณที่มั่นคง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาชีพว่าเป็นข้าราชการหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เราเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้หรือยัง

โพสต์ล่าสุด

How to ลดหย่อนภาษี ด้วยประกันชีวิต
เทียบชัดๆ! ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบไหนเหมาะกับคนอยากคุ้มครอง 10,000,000 บาท
“ห้องเดี่ยวมาตรฐานคืออะไร   ทำไมถึงต้องกังวล”
ประกันสุขภาพแบบ “มีความรับผิดส่วนแรก” ในยุคที่มีเงื่อนไข Copayment
MTL Smile Hospital Network