ช่วง Work from home แบบนี้หนุ่ม สาว หลายคนคงคิดว่าไม่ต้องบำรุงหน้ามากก็ได้เพราะไม่ได้ออกไปไหนให้ใครเห็น แต่อย่าลืมว่าเรายังมีประชุมผ่านวิดิโออยู่ และอีกไม่นานทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติ ฉะนั้นความสวย ความหล่อของเราก็ยังต้องเหมือนเดิม

วันนี้จะเปรียบเทียบเซรั่มหรือครีมที่หลายคนใช้อยู่ ไม่ใช้เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียจ้า แต่จะคำนวณให้ดูว่าถ้าจะซึ่งเซั่มขวดนึงมาใช้ซึ่งมีราคาแพงมาก เมื่อเทียบกับเงินเดือนของตัวเองแล้วต้องใช้เวลาเวลาทำงานกี่ชั่วโมงถึงจะได้มา

ตัวอย่าง 1 เซรัมยี่ห้อ A ราคา 4,230 บาท
– ถ้าส้มเงินเดือน 20,000 บาท สมมติส้มทำงาน 20 วันๆละ 8 ชั่วโมง เท่ากับว่าส้มมีรายได้ชั่วโมงละ (20,000/20/8) = 125 บาท แสดงว่าส้มต้องทำงานทั้งหมด 33 ชั่วโมงหรือประมาณ 4 วันเพื่อซื้อเซรั่มขวดนี้

– ถ้าส้มเงินได้เงินเดือน 30,000 บาท สมมติส้มทำงาน 20 วันๆละ 8 ชั่วโมง เหมือนเดิมเท่ากับว่าส้มมีรายได้ชั่วโมงละ (30,000/20/8) = 187.5 บาท แสดงว่าส้มต้องทำงานทั้งหมด 22.56 ชั่วโมงหรือเกือบ 3 วันเพื่อซื้อเซรั่มขวดนี้

– ถ้าส้มเงินได้เงินเดือน 40,000 บาท สมมติส้มทำงาน 20 วันๆละ 8 ชั่วโมง เหมือนเดิมเท่ากับว่าส้มมีรายได้ชั่วโมงละ (40,000/20/8) = 250 บาท แสดงว่าส้มต้องทำงานทั้งหมด 16.92 ชั่วโมงหรือประมาณ 2 วันนิดๆเพื่อซื้อเซรั่มขวดนี้
.
.
.
ตัวอย่าง 2 ถ้าส้มบอกว่าโหแพงไปไม่กล้าซื้อเปลี่ยนครีมดีกว่ามาเป็น ยี่ห้อ B ราคา 1,890 บาท
– ถ้าส้มเงินเดือน 20,000 บาท สมมติส้มทำงาน 20 วันๆละ 8 ชั่วโมง เท่ากับว่าส้มมีรายได้ชั่วโมงละ (20,000/20/8) = 125 บาท แสดงว่าส้มต้องทำงานทั้งหมด 15 ชั่วโมงหรือประมาณ 2 วันเพื่อซื้อเซรั่มขวดนี้

– ถ้าส้มเงินได้เงินเดือน 30,000 บาท สมมติส้มทำงาน 20 วันๆละ 8 ชั่วโมง เหมือนเดิมเท่ากับว่าส้มมีรายได้ชั่วโมงละ (30,000/20/8) = 187.5 บาท แสดงว่าส้มต้องทำงานทั้งหมด 10 ชั่วโมงหรือ 1 วันนิดๆเพื่อซื้อเซรั่มขวดนี้

– ถ้าส้มเงินได้เงินเดือน 40,000 บาท สมมติส้มทำงาน 20 วันๆละ 8 ชั่วโมง เหมือนเดิมเท่ากับว่าส้มมีรายได้ชั่วโมงละ (40,000/20/8) = 250 บาท แสดงว่าส้มต้องทำงานทั้งหมด 7.56 ชั่วโมงหรือแทบไม่ถึง 1 วันด้วยซ้ำเพื่อซื้อเซรั่มขวดนี้

เพราะเงินเดือนของแต่ละคนไม่เท่ากัน จะใช้ฐานเงินเดือนมาคิดโดยตรงอาจจะไม่ได้ การเปรียบเทียบจึงต้องการออกเป็นมารายชั่วโมง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์ไตล์และความชอบของแต่ละคนด้วยไม่มีอะไรถูกอะไรผิด เพราะสินค้า A แม้จะราคาแพงแต่ก็อาจจะมีสรรพคุณดีกว่าสินค้า B หรือสินค้า B อาจจะถูกใจกว่าสินค้า A ขึ้นอยู่กับว่าเราพอใจในสินค้าตัวไหนนั้น ถ้าคิดว่าเงินเดือนน้อยแต่สิ่งที่อยากได้มันแพงก็ลองเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ถูกลงดีกว่านอกจากจะประหยัดลงแล้วยังมีเงินออมเพิ่มขึ้นด้วยจ้า