ขอยกสโลแกนใหม่ของเมืองไทยประกันชีวิตที่ว่า สุขหรือทุกอยู่ที่มุมมอง “Happiness Means Everything เพราะความสุขคือทุกอย่าง” มาพูดถึงเพราะในช่วงไวรัสระบาดแบบนี้หน่อยครับ เชื่อว่าหลายคนคงทุกข์มากกว่าสุขกันอยู่ แต่อย่ามัวแต่ทุกข์อย่างเดียว ลองมองหาว่าจากเหตุการณ์นี้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้นำไปเป็นบทเรียนและประสบการณ์ในวันข้างหน้ากันนะครับ

– เงินสำรองฉุกเฉินสำคัญมาก
ถ้าใครติดตามเพจนี้คงจะเคยได้ยินผมพูดถึงเงินสำรองฉุกเฉินบ่อยๆ ที่ผมยกเรื่องนี้มาเล่าเพราะครั้งนึงตัวเองเคยเป็นคนที่ใช้เงินแบบไม่คิด ได้เงินมาก็ใช้จนหมด ไม่ได้คิดจะเป็นเพราะเงินเดือนมีเข้ามาทุกเดือน ทำงานก็เหนื่อยแล้วขอใช้ก่อน วันนึงก็เป็นหนี้บัตรเครดิต กลายเป็นว่าเงินเดือนที่ได้ต้องเอาไปใช้ค่าบัตร แล้วก็มีรายจ่ายที่จำเป็นจริงๆ เข้ามา ตอนนั้นมืดแปดด้านไปหมด ไปยืมคนอื่นก็ไม่กล้าเพราะโตๆ กันแล้ว หลังจากเริ่มหาวิธีใช้หนี้ได้หมด ตอนนี้ไม่ว่าจะซื้อจอะไรก็จะคิดก่อน เพราะไม่อยากไปอยู่จุดนั้นอีก ศึกษาวิธีวางแผนการเงินจนรู้ว่าวิธีการที่จะมีเงินใช้แบบไม่ติดขัด มีเงินใช้แบบสบาย มีเงินใช้ยามที่รายได้ไม่แน่นอน ก็คือเราต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินสักก้อน ถามว่าทำไมต้องมีเงินสำรองขอยกตัวอย่าง เช่น วันนึงถ้าเราขับรถไปแล้วยางแตกต้องเปลี่ยนยาง ถ้าไม่มีเงินสำรองตรงนี้จะเอาเงินที่ไหน วันนึงถ้าตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าไม่มีเงินสำรองตรงไหนจะเอาเงินที่ไหนมาใช่ วันที่เจ็บป่วยต้องไปหาหมอจะเอาเงินที่มาเป็นค่ารักษา
.
.
– ประกันสุขภาพคือสิ่งจำเป็น
นอกจากเงินที่ต้องมีแล้ว สุขภาพก็ต้องดีด้วยเหมือนคำคมที่ว่า ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ถ้าเรามีเงินมากกมายแต่สุขภาพไม่ดีก็คงไม่มีความสุขเพราะไม่มีอารมณ์ที่จะไปใช้เงินใช่ไหมครับ หลายคนอาจจะคิดว่าวันนี้อายุยังไม่เยอะ สุขภาพยังแข็งแรง ยังไม่มีความเสี่ยง ซึ่งก็เป็นความคิดที่ถูก แต่อยากจะบอกว่าบางโรคไม่ได้รอให้อายุเยอะถึงจะเป็น วัย 30 ต้นๆ ตอนนี้ก็ตรวจเจอโรคมากมาย ตัวอย่างเพื่อนวัยเดียวกันกับผมตรวจเจอซีสที่มดลูก 2-3 คน คนที่ปวยเป็นไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ผ่าตัดไส้ติ่งก็มีเยอะ ทุกคนโชคดีที่มีประกันสุขภาพของบริษัทแต่ก็ไม่ได้มากมาย และเพราะทุกคนคิดว่าตัวเองแข็งแรงจึงไม่ได้ซื้อประกันสุขภาพไว้ จึงต้องเอาเงินเก็บที่มีมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้ยังมีโรคระบาดอีก ต่างคนก็ต่างรวังตัว ดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น เพราะหากเจ็บป่วยแล้วมีโอกาศที่จะแพร่เชื้อไปให้คนรอบข้างได้ ฉะนั้นการมีประกันสุขภาพไว้แม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่ได้ใช้ แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าในอนาคตเราจะไม่มี มีไว้หากต้องใช้ก็อุ่นใจกว่าวันที่ต้องใช้แล้วไม่มี
.
.
– ควรกระจายการลงทุน
แม้จะไม่ใช้ผลกระทบโดยตรงแต่ก็เป็นผลมาจากการการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 หากใครติดตามหุ้นก็จะเห็นว่าพอมีจำนวนผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น จำนวนหุ้นก็ตกเอาๆ เป็นเพราะนักลงทุนไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์เลยเทขายหุ้น ใครในลงทุนในกองทุนรวมก็จะเห็นว่า NAV ลดลงติดต่อกันทุกวันของผมที่ซื้อไว้ตอนนี้ติดลบไปประมาณ 25% แล้ว โชคดีที่เงินส่วนนี้เป็นเงินเย็นที่ไม่ได้รีบเอามาใช้ เป็นเงินออมที่หักมาแล้วลงทุนไว้ใช้ในอนาคต และมีเงินส่วนที่เป็นเงินสำรองฉุกเฉินกับเงินฝากที่สามารถถอนมาใช้ยามจำเป็นแยกต่างหากเมื่อจำเป็นจริงๆ หากใครไม่มีวิธีการกระจายการลงทุนเอาเงินไปลงในหุ้น หรือกองทุนที่ความเสียงสูงหมด พอถึงเวลาจำเป็นต้องใช้เป็นช่วงเลาเดียวกับกองทุนติดลบ จำเป็นต้องขายเพราะหาเงินที่ไหนไม่ได้แล้ว ก็ทำให้เราขาดทุนได้
.
.
– เตรียมตัวแต่อย่าตื่นตระกรน
ในวันที่นายกรัฐมนตรีออกแถลงการ ในวันที่ผู้ป่วยโควิดเพิ่มวันละ 30 คนจนถึงหักร้อย บางคนเพิ่งตื่นตัวและอ่านข่าวว่าไวรัสนั่นอันตรายยังไง จะหาซื้อประกันก็เกือบสายไปแล้ว เพราะแบบประกันโควิดที่เปิดขายปิดกันหมด บางที่เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ลดความคุ่มครอง หรือเพิ่มเบี้ย คนที่เพิ่งจะคิดถึงเรื่องการตุนของไว้กินเพราะไม่อยากออกไปไหน Super market แถวบ้านของเริ่มขาดเพราะคนที่เตรียมตัวก่อนซื้อไปตุนไว้หมด การติดตามข่าวและเตรียมตัวเป็นสิ่งที่ดีแต่อย่าตื่นตระกรนก
.
.
– ความรู้รอบตัวและอาชีพเสริมต้องมี
งานที่คิดว่ามั่นคง วันนี้อาจจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว จากข่าวปิดโรงงาน บริษัทเลิกจ้างพนักงาน มีให้เห็นเรื่อยๆ เพราะในยุคที่อะไรก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ธุรกิจก็ต้องปรับตัวตามหากเราไม่ปรับตัวไม่เรียนรู้ก็อาจจะเป็นคนนึงถูกเลิกจ้าง แต่ถึงแม้ว่าเราจะเป็นมือขวาของเจ้านาย ทำงานได้ดีไม่มีที่ติ วันหนึงถ้าธุรกกิจไปต่อไม่ได้บริษัทก็จำเป็นต้องเลิกจ้างเราเหมือนกัน บางคนอยู่ในตำแหน่งที่ขาดแคลน อยู่ในธุรกิจที่มั่นคงอยากกจะไม่ได้รับผลกระทบถึงขั้นข้างจ้างออก ฉะนั้นควรวางแผนหาความรู้รอบตัวอยู่เสริมและหาอาชีพ หรืองานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ เผื่อวันที่ต้องตกงานจะได้มีช่องทางทำมาหากินอื่นได้ ไม่ใช่แค่นั้นหากเราสามารถทำงานเสริมไปพร้อมกับที่มีงานประจำก็จะช่วยให้เรามีรายได้มากขึ้นด้วย จากที่จะต้องรอแค่เงินเดือนก็มีรายได้ทางอื่นมาใช้จ่าย มาซื้อของที่อยากได้ มาช่วยผ่อนบ้าน ผ่อนรถเพิ่ม หากวันนี้ใครยังไม่มีงานสริม ไม่มีอาชีพสำรอง ไม่มีรายได้ทางอื่นรีบไปหาว่าตัวเองชอบอะไร ทำอะไรได้ดีวันข้างหน้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกจะได้มีรายได้ที่ช่วย

แต่วันนี้เหตุการ์ยังไม่รุนแรงขนาดนั้น ขอให้ทุกคนเอาเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์ที่ไว้เตือนตัวเองจะได้ไม่พลาดในครั้งหน้า หากมีอะไรที่เราไม่แน่ใจจะเป็นยังไง การเตรียมตัวไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ

หวังว่าเหตุการณ์ไวรัสโควิดระบาดครั้งนี้จะเป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์ให้หลายๆ คนได้คิดได้ทบทวนว่าตัวเองควรจะต้องทำอะไรบ้างและรับมือยังไงหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ใครยังคิดไม่ออกลองนำ 5 ข้อที่ผมเจอนี้ไปใช้เป็นตัวอย่างได้นะครับ