เงินเดือนเข้าแล้วพร้อมโบนัส ดีใจได้ 5 ชม. ก็เงินหมดแล้วเพราะชีวิตนี้มีค่า ฮ่าๆ รายจ่ายมาพร้อมกันเลย

  1. ประกันชีวิตแม่
  2. ประกันชีวิตพ่อ
  3. ประกันชีวิตและสุขภาพตัวเอง
  4. ค่าส่วนกลางคอนโด
  5. กยศ.

ดีใจที่จ่ายหนี้หมดแล้วที่เหลือเอาไปออมนิดหน่อยแล้วก็ช้อปปิ้งต่อ (ตามหลักการวางแผนการเงินคือใช้หนี้ ออม เหลือแล้วค่อยซื้อของที่อยากได้)

บางคนอาจจะสงสัยว่าเห้ย ทำไมสร้างหนี้เยอะจัง ทำงานมาแทนที่จะได้ใช้เงินซื้อของที่อยากได้แต่เอาไปใช้หนี้หมด ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

ผมแบ่งหนี้ออกเป็น 2 ประเภทคือหนี้ดีหรือหนี้ที่มีประโยชน์ กับหนี้ไม่ดีหรือหรือหนี้ที่ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งหนี้ทั้งสองแบบของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกันจะต้องดูหนี้แต่ละประเภทและความจำเป็นด้วย เช่น

ตามหลักทฤษฎีควรซื้อบ้านก่อนซื้อรถเพราะบ้านคือทรัพย์สินที่มูลค่าเพิ่มขึ้น แต่รถคือทรัพย์สินที่มูลค่าลดลง แต่ๆๆๆ ถ้าเราทำงานที่ต้องเดินทางไกล ต้องเจอลูกค้า ต้องแบกของเยอะแยะ การซื้อรถก่อนบ้านเพื่อให้เราสามารถทำงานสร้างรายได้ ก็ไม่ไม่ใช้สิ่งที่ผิด แล้วผมมองรายจ่ายของตัวเองข้างบนว่ายังไง??

  • ประกันชีวิตของพ่อ แม่
    ผมเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ไม่รู้และไม่สนใจเรื่องประกัน ผมมองว่าถ้าพ่อแม่เป็นอะไรไปใครคือคนที่ต้องรับภาระทั้งหมด ( ไม่ได้ว่าแช่งแต่มองถึงอนาคตและวางแผน) คนนั้นก็คือผมเอง ที่จะต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าพ่อแม่ไม่มีประกันคนที่เป็นหนี้ก็คือตัวผมเอง ตอนนี้ก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะยอมจ่ายเบี้ยประกัหรือไปกู้เงินก้อนมาตอนที่จำเป็นแต่ถ้าสมมติว่าพ่อแม่ผมทำประกันให้ตัวเองแล้ว หรือพ่อแม่หลายๆ คนทำประกันให้ตัวเองแล้วยังจะทำให้ท่านอีกไหม ผมตอบว่าก็ยังจะทำ เพราะไม่รู้ว่าเงินที่ได้จะสักกี่บาทจะพอไหม และที่สำคัญประกันมันสามารถระบุผู้รับผลประโยชน์ได้เราสามารถใส่ชื่อเราเองได้เพราะเราคือคนจ่ายเบี้ย
  • ค่าส่วนกลางคอนโด คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้วไม่สามารถเลี่ยงได้ขอผ่านครับ
  • กยศ. ก็คือหนี้ที่เรากู้มาเพื่อเรียนหนังสือ ทำให้ผมเรียนจบ มีงานทำ มีรายได้ทุกวันนี้มันก็เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว
  • ประกันชีวิตตัวเอง
    บางคนคิดว่าตอนนี้เรายังวัยกลางคน (อายุ 30 ปี) ยังไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก เลยไม่จำเป็นต้องทำประกันชีวิต แต่ๆ ผมยังมีพ่อกับแม่ ซึ่งเราเป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าเราเป็นอะไรไป ใครจะหาเงินให้พ่อกับแม่ใช้ ทุกวันนี้แม้ผมจะสามารถหาเงินได้ ส่งให้พ่อแม่ใช้แต่เงินพวกนั้นมันก็เหมือนสายน้ำที่มีวันหมดได้เหมือนกัน ถ้าเกิดวันนึงผมเป็นอะไรไป ก็ไม่มีใครมาหาเงินแทนแล้ว ถ้าใครที่คิดว่าตัวเองยังเป็นเสาหลักให้ที่บ้าน ยังเป็นคนทำงานดูแลพ่อแม่ ยังอยากตอบแทนพ่อแม่ ประกันก็ยังมีความจำเป็นอยู่ครับแต่ถ้าเราไม่มีใครแล้ว พ่อแม่เสียไปแล้วครอบครัวก็ไม่มี อยู่ตัวคนเดียวประกันชีวิตก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ตรงนี้อาจจะต้องมองเป็นประกันแบบเงินออมที่เราจะได้ใช้เงินหรือการลงทุนอื่นๆ ที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่า
  • สุดท้ายประกันสุขภาพ
    ถ้าต้องการความสะดวกสบายในการรักษา ถ้าป่วยก็อยากรักษาเร็วๆ ขี้เกียจไปรอคิว รพ. ประกันสังคม หรือป่วยที่อื่นก็เข้ารักษาไม่ได้เพราะต้องไปใช้สิทธิ์ รพ. ประกันสังคม การทำประกันสุขภาพจึงตอบโจทย์กับปัญหาของผม และตอบโจทย์กับหลายๆคนที่มาทำประกันสุขภาพ ขอยกตัวอย่างประโยคจากพี่คนนึงเคยบอกไว้และผมชอบมาก “ทำประกันสุขภาพไม่ใช่แค่เราได้ประโยชน์จากการรักษานะ เรายังได้ช่วยคืนอื่นด้วย คิดดูสิ ถ้าเราไม่มีประกันเราก็ต้องไปรอคิว รพ. ที่มีคนป่วยอื่นๆ รอคิวอีกเยอะมาก แต่หมอ พยาบาล เครื่องมือ รพ. นั้นมีจำกัด แต่ถ้าเรามีประกันของตัวเองเราสามารถไปใช้ รพ. เอกชนที่ไหนก็ได้ ทำให้ผู้ป่วยที่รอคิวลดลง คนที่ไม่มีประกัน หรือไม่มีกำลังซื้อก็จะได้รักษาเร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวนาน”

ทั้งหมดนี้เป็นค่าใช้จ่ายหรือเป็นหนี้ดีที่เกิดประโยชน์สำหรับผม แต่บางอย่างอาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสำหรับบางคน เพราะการใช้ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือน อยากรู้ว่าใช้จ่ายแบบไหนจำเป็นบ้างก็ลองเขียนค่าใช้จ่ายออกมาทั้งหมด แล้วมาเติมว่าถ้าเราไม่มีสิ่งนี้ชีวิตเราจะเป็นยังไงบ้าง ลองทำกันดูนะครับ ✌🏻

เงินเดือนน้อยไม่ใช่ปัญหาถ้าแบ่งเงินเป็น
www.mtl-insure.com/article/วิธีแบ่งเงินใช้/