ประกันสุขภาพ Elite Health Plus จ่ายค่าห้องเรทห้องเดี่ยวมาตรฐานหรือวงเงิน 10,000 บาท คือยังไง?

วันที่ : 26 เม.ย. 2567 /

ทำความเข้าใจประกันสุขภาพ Elite Health Plus เรื่องค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล

วันนี้อยากมาอธิบายรายละเอียดของ ประกันสุขภาพ Elite Health Plus จากคำถามที่ลูกค้าส่งเข้ามาทางเพจ เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายท่านที่สับสนเกี่ยวกับเรื่อง ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล ว่าแผนใหม่นี้คุ้มครองอย่างไร แตกต่างจากแผนเดิมอย่างไร และในอนาคตหากค่าห้องของโรงพยาบาลปรับเพิ่มขึ้น จะยังได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิมหรือไม่

ก่อนอื่นต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง Elite Health แผนเดิม ซึ่งปัจจุบันปิดการขายไปแล้ว กับ Elite Health Plus ซึ่งเป็นแผนใหม่ เพราะรายละเอียดความคุ้มครองของทั้งสองแผนแตกต่างกันพอสมควร

สำหรับ Elite Health แผนเดิม การจ่ายค่าห้องจะเป็นแบบกำหนดวงเงินตามแผนที่เลือก เช่น แผนวงเงิน 20 ล้านบาท จะได้ค่าห้อง 10,000 บาทต่อวัน ส่วนแผนวงเงิน 40 ล้านบาท จะได้ค่าห้อง 12,000 บาทต่อวัน โดยวงเงินดังกล่าวครอบคลุม ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการโรงพยาบาล และค่าบริการพยาบาล รวมอยู่ในวงเงินเดียวกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลายคนคุ้นเคย เพราะประกันสุขภาพส่วนใหญ่ในอดีตใช้หลักการนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบราคาห้องจากเว็บไซต์ของโรงพยาบาล แล้วเลือกแผนประกันให้เหมาะสมได้ไม่ยาก

Elite Health Plus แตกต่างอย่างไร

Elite Health Plus ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของ คปภ. ซึ่งกำหนดมาตรฐานความคุ้มครองไว้ 13 หมวด โดยหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด คือ หมวดค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล

ความพิเศษคือ ค่าบริการพยาบาลถูกแยกออกจากหมวดค่าห้อง และย้ายไปอยู่ในหมวดค่ารักษาพยาบาลแทน ส่งผลให้ลูกค้าได้รับประโยชน์มากขึ้น เพราะวงเงินค่าห้องไม่ต้องนำไปใช้กับค่าบริการพยาบาลอีกต่อไป

ยกตัวอย่างเช่น เดิมโรงพยาบาล A มีห้องเดี่ยวราคา 10,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการโรงพยาบาล และค่าบริการพยาบาล โดยค่าบริการพยาบาลคิดเป็น 3,000 บาท ลูกค้าที่ถือ Elite Health แผนเดิม ซึ่งมีวงเงินค่าห้อง 10,000 บาท ก็สามารถเข้าพักห้องนี้ได้พอดี

แต่เมื่อเป็น Elite Health Plus หากโรงพยาบาลคิดค่าบริการพยาบาลแยกตามมาตรฐานใหม่ ห้อง VIP ราคา 13,000 บาท อาจแบ่งเป็น ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล 10,000 บาท ส่วนค่าบริการพยาบาล 3,000 บาท จะถูกเบิกจากหมวดค่ารักษาพยาบาล ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าพักห้อง VIP ได้ โดยไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง ทั้งที่วงเงินค่าห้องของแผนยังเท่าเดิม

วงเงินค่าห้องของ Elite Health Plus คิดอย่างไร

Elite Health Plus จะให้ความคุ้มครองโดยเปรียบเทียบ 2 วิธี แล้วเลือกวงเงินที่เป็นประโยชน์กับลูกค้ามากที่สุด คือ

  • วงเงินค่าห้องตามที่ระบุในกรมธรรม์
  • หรือ อัตราค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาล

บริษัทจะจ่ายตามวงเงินที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น หากแผนของลูกค้ามีวงเงินค่าห้อง 10,000 บาท แต่โรงพยาบาล A มีห้องเดี่ยวมาตรฐานที่คิดเฉพาะ ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล เพียง 7,000 บาท ขณะที่ห้อง VIP อยู่ที่ 10,000 บาท ลูกค้าก็สามารถเลือกพักห้อง VIP ได้

ในอีกกรณีหนึ่ง หากโรงพยาบาล B มีห้องเดี่ยวมาตรฐานที่คิด ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล อยู่ที่ 14,000 บาท แม้วงเงินตามแผนจะอยู่ที่ 10,000 บาท ลูกค้าก็จะได้รับความคุ้มครองตามอัตราห้องเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาล คือ 14,000 บาท เพราะบริษัทจะเลือกวงเงินที่สูงกว่าให้ลูกค้า

แล้วในอนาคต หากค่าห้องโรงพยาบาลปรับเพิ่มขึ้นล่ะ

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ค่าห้องโรงพยาบาลไม่ได้คงที่ตลอดไป แต่มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็นระยะ คนที่ถือประกันสุขภาพมานานน่าจะเคยเจอว่า เมื่อหลายปีก่อนทำค่าห้องไว้เพียง 1,000-3,000 บาท แต่ปัจจุบันไม่เพียงพอแล้ว

ข้อดีของ Elite Health Plus คือ ช่วยลดปัญหานี้ได้ในหลายกรณี สมมติว่าในวันนี้ โรงพยาบาล A มีห้องเดี่ยวมาตรฐานราคา 7,000 บาท และห้อง VIP ราคา 10,000 บาท ลูกค้าสามารถเลือกพักห้อง VIP ได้ เพราะอยู่ในวงเงินของแผน

ผ่านไปอีก 2 ปี โรงพยาบาลปรับราคาห้องเดี่ยวมาตรฐานเป็น 8,500 บาท และห้อง VIP เป็น 12,000 บาท ลูกค้ายังสามารถใช้สิทธิ์ห้องเดี่ยวมาตรฐานได้เต็มจำนวนโดยไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง หรือหากต้องการพักห้อง VIP ราคา 12,000 บาท ก็สามารถเลือกได้ โดยบริษัทจ่าย 10,000 บาท และลูกค้าชำระส่วนต่างอีก 2,000 บาท

หากในอนาคตอีก 5 ปี โรงพยาบาลปรับค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานเป็น 14,000 บาท แม้แผนที่ลูกค้าซื้อไว้จะมีวงเงินค่าห้องเพียง 10,000 บาท ลูกค้าก็ยังได้รับความคุ้มครองตามอัตราห้องเดี่ยวมาตรฐาน 14,000 บาท โดยไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง เนื่องจากบริษัทจะพิจารณาจ่ายตามอัตราห้องเดี่ยวมาตรฐานที่สูงกว่า

แล้วใช้แผนค่าห้องแบบฟิกซ์ พร้อมค่าชดเชยรายวันแทนได้หรือไม่

หลายท่านสอบถามว่า หากเลือกประกันสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิตที่กำหนดค่าห้องแบบฟิกซ์ เช่น แผนเหมาจ่ายที่ให้ค่าห้อง 4,000 บาท แล้วซื้อความคุ้มครองค่าชดเชยรายวันเพิ่มอีก 3,000 บาท เพื่อให้รวมเป็น 7,000 บาท จะสามารถใช้แทนกันได้หรือไม่

คำตอบคือ ทำได้ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ควรทราบข้อจำกัดอยู่ 2 ประการ

  • ข้อแรก ค่าชดเชยรายวันจะไม่ได้รับทันทีในวันที่โรงพยาบาลแฟกซ์เคลม บริษัทจะโอนเงินให้หลังจากลูกค้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน ดังนั้นในวันที่เข้ารับการรักษา ลูกค้าอาจต้องสำรองจ่ายส่วนต่างไปก่อน
  • ข้อที่สอง หากในอนาคตค่าห้องของโรงพยาบาลปรับเพิ่มขึ้น เช่น จาก 7,000 บาท เป็น 9,000 บาท และต้องการซื้อค่าชดเชยรายวันเพิ่มอีก 2,000 บาท ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะทำเพิ่มได้เสมอ เพราะยังขึ้นอยู่กับสุขภาพของลูกค้าในขณะนั้น รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทในช่วงเวลานั้นด้วย

ดังนั้น หากกำลังวางแผนทำประกันสุขภาพ การทำความเข้าใจรูปแบบความคุ้มครองตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้เลือกแผนที่เหมาะกับความต้องการ และรองรับการเปลี่ยนแปลงของค่ารักษาพยาบาลในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Elite Health Plus หรืออยากให้ช่วยวิเคราะห์ว่าแผนไหนเหมาะกับตัวเอง สามารถส่งข้อความเข้ามาปรึกษาอู๋ได้ครับ

โพสต์ล่าสุด

How to ลดหย่อนภาษี ด้วยประกันชีวิต
เทียบชัดๆ! ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบไหนเหมาะกับคนอยากคุ้มครอง 10,000,000 บาท
“ห้องเดี่ยวมาตรฐานคืออะไร   ทำไมถึงต้องกังวล”
ประกันสุขภาพแบบ “มีความรับผิดส่วนแรก” ในยุคที่มีเงื่อนไข Copayment
MTL Smile Hospital Network