New Health Standard
แผนนี้คุ้มครองอะไรบ้าง
- อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) คุ้มครองทั้งโรคมะเร็ง โรคไต โรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคระบาด และอุบัติเหตุ
- เสียชีวิตจากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และโรคร้ายแรง
- คุ้มครองการรักษาทั้งแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
- เหมาจ่าย ค่าห้อง, ค่าอาหาร, ค่าบริการโรงพยาบาล ห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาลหรือไม่เกิน 10,000 - 25,000 บาท
- ค่าแพทย์ตรวจรักษา, ค่าบริการพยาบาล ค่ารักษาเกี่ยวกับการผ่าตัด เหมาจ่ายตามจริง
- เวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังและการภาพบำบัดหลังแอดมิท เหมาจ่ายตามจริง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- อุบัติเหตุฉุกเฉินภายใน 24 ชม. เหมาจ่ายตามจริง
- ค่ายากลับบ้าน 100,000 บาทต่อครั้ง
- ผ่าตัดใหญ่ เหมาจ่ายตามจริง
- ผ่าตัดเล็ก เหมาจ่ายตามจริง
- ตรวจรักษาก่อนแอดมิทและติดตามอาการหลังแอดมิทเหมาจ่ายตามจริง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (ก่อนแอดมิท 30 วันและหลังแอดมิท 30 วัน)
- การตรวจรักษาวิธี MRI, CT Scan, ช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS, ทำฟันจากอุบัติเหตุแบบ OPD
- การรักษามะเร็งแบบ Target Therapy และไตวายเรื้อรังทั้งแบบ IPD และ OPD เหมาจ่ายตามจริง
จุดเด่นแผนนี้
- ได้ค่ารักษา 20,40,75,100 ล้านบาทต่อปี และวงเงินค่าห้อง 10,000-25,000 บาทหรือหรือ ไม่เกินค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาลต่อวัน (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า)
- เหมาจ่ายตามจริงทั้งค่าแพทย์ตรวจรักษา ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการล้างไต รวมถึงมะเร็งได้ทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
- วงเงินค่าาตรวจวินิจฉัยและค่ารักษาพยาบาลสำหรับ 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
- ค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเมื่อรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
- ค่ารักษาพยาบาลทางทันตกรรมเนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในฐานะผู้ป่วยนอก
- ค่าภาพวินิจฉัยขั้นสูงแบบผู้ป่วยนอก เช่น MRI, CT SCAN ฐานะผู้ป่วยนอก
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินในต่างประเทศ (International) เมื่อผู้เอาประกันภัยเดินทางออกนอกประเทศไทยและมีระยะเวลาการเดินทางไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง
- การช่วยเหลือฉุกเฉินในประเทศ (Domestic) เมื่อผู้เอาประกันภัยเดินทางห่างจากที่พักอาศัย เกิน 150 ก ม.และอยู่ในประเทศไทย
- เลือกเพิ่มความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส (Maternity Plus) สำหรับการวางแผนคลอดบุตร หรือความคุ้มครองสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) สำหรับค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าฉีดวัคซีน ค่ารักษาเกี่ยวกับฟัน ค่ารักษาทางสายตา คู่กับ Elite Health Plus ได้ตั้งแต่แผนเริ่มต้น
- ความคุ้มครองเพิ่มเติมในฐานะผู้ป่วยใน (IPD)
- ค่าห้องพักในโรงพยาบาลสำหรับบิดาหรือมารดา (เตียงเสริม)ในฐานะผู้ป่วยใน (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
- ค่าฟื้นฟูสภาพในฐานะผู้ป่วยใน (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
- ค่าเครื่องมือทางการแพทย์ และอุปกรณ์เทียมในฐานะผู้ป่วยใน (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
- ค่าพยาบาลส่วนตัวตามคำแนะนำแพทย์ หลังจากการเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
- ค่ารักษาทางจิตเวชในฐานะผู้ป่วยใน (สำหรับแผน 3 และ 4)
- ความคุ้มครองเพิ่มเติมในฐานะผู้ป่วยนอก (OPD)
- ค่าธรรมเนียมปรึกษาแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เฉพาะทาง รวมไปถึงค่าวินิจฉัยและค่ายาในฐานะผู้ป่วยนอก (OPD) (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
- ค่ากายภาพบำบัดในฐานะผู้ป่วยนอก (สำหรับแผน 3 และ 4)
- การฝังเข็ม ธรรมชาติบำบัด กระดูกและกล้ามเนื้อบำบัด และการจัดกระดูกในฐานะผู้ป่วยนอก (สำหรับแผน 3 และ 4)
- ประกันสุขภาพแผนนี้มีเงื่อนไข Copayment ปีต่ออายุ ตามข้อกำหนด คปภ. (คลิ๊กอ่านรายละเอียด)
- ดาวน์โหลดเอกสารโบรชัวร์ (ภาษาไทย)
แผนนี้เหมาะกับ
- ลูกค้าต้องการวงเงินการรักษาที่เป็นแบบเหมาจ่ายและครอบคลุมทั้งการรักษาผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รวมถึงการรักษาแบบพิเศษต่างๆ แบบครบในกรมธรรม์เดียว
- ลูกค้าที่วางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศโดยเลือกความคุ้มครองแบบทวีปเอเชียหรือทั่วโลก
ตารางผลประโยชน์ความคุ้มครอง
คำอธิบายจากตารางผลประโยชน์
1.ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยใน
หมวดที่ 1 ค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
หมวดย่อยที่ 1.1 บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าห้อง และค่าอาหาร รวมถึงค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)
หมวดย่อยที่ 1.2 กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (Intensive Care Inpatient Room) บริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์สำหรับค่าห้องและค่าอาหาร รวมถึงค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)
หมวดที่ 2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ขณะที่ผู้เอาประกันภัยเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ดังนี้
หมวดย่อยที่ 2.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับ ค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ค่าตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาและภาพการแพทย์ ค่าบริการรังสีร่วมเพื่อการวินิจฉัย ค่าบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการวินิจฉัย ค่าตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า ค่าแพทย์อ่านผลตรวจวินิจฉัยดังกล่าว (ถ้ามี) และค่าบริการทางการแพทย์อื่นเพื่อการตรวจวินิจฉัย
หมวดย่อยที่ 2.2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต และค่าบริการทางการพยาบาล
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อบำบัดรักษาในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับการรักษาพยาบาลด้วยรังสีร่วมเพื่อการรักษา รังสีรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการรักษา (รวมถึงการฝังแร่) ค่ากายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ค่าบริการโลหิต ค่าบริการเครื่องมือแพทย์ ค่าบริการกายอุปกรณ์ (ไม่รวมค่าอุปกรณ์) ค่าบริการชุดเหมาจ่ายการรักษาพยาบาลบำบัดการรักษา และค่าบริการทางการพยาบาล แต่ไม่รวมถึงค่าบริการทางการพยาบาลเฝ้าไข้พิเศษ
หมวดย่อยที่ 2.3 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ แต่ไม่รวมถึงค่าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ ดังนี้
- เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED) เครื่องกระตุกหัวใจ(Defibrillator) หรือเครื่องกระตุ้น (Pacemaker) ที่อยู่ภายนอกร่างกาย
- อวัยวะเทียมภายนอกร่างกาย กายอุปกรณ์ อุปกรณ์เทียม
- เวชภัณฑ์คงทนใช้ภายนอกร่างกาย (เวชภัณฑ์ 2) เช่น เครื่องมือทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์คงทน เครื่องช่วยฟัง แว่นตา คอนแทคเลนส์ เลนส์แว่นตา เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ออกซิเจน เครื่องวัดสัญญาณชีพ (ชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิ) เครื่องช่วยค้ำยันต่างๆ รถเข็นผู้ป่วย
- อวัยวะเทียม เช่น แขนเทียม ขาเทียม ตาเทียม
หมวดย่อยที่ 2.4 ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ายาและเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน เพื่อใช้รักษาต่อเนื่องหลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น
หมวดที่ 3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) ตรวจรักษา
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) เพื่อการตรวจรักษา ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ในขณะที่เข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลนี้
หมวดที่ 4 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และหัตถการ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และทำหัตถการในขณะที่ผู้เอาประกันภัยต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล
หมวดย่อยที่ 4.1 ค่าห้องผ่าตัด และค่าห้องทำหัตถการ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าห้องผ่าตัด ค่าห้องทำหัตถการ และค่าบริการเครื่องมือทางการแพทย์ในห้องผ่าตัดและห้องทำหัตถการ
หมวดย่อยที่ 4.2 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์ และค่าอุปกรณ์การผ่าตัดและหัตถการ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์ และค่าอุปกรณ์ในห้องผ่าตัดที่ใช้เพื่อทำการผ่าตัด(ศัลยกรรม) หรือหัตถการ
หมวดย่อยที่ 4.3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทำศัลยกรรมและหัตถการ สำหรับแพทย์ทำศัลยกรรม และหัตถการ(รวมแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด) (Doctor fee)
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าธรรมเนียมในการศัลยกรรมและการทำหัตถการของแพทย์และแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด (ถ้ามี) ตามที่แพทย์หรือแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดเรียกเก็บจริง
หมวดย่อยที่ 4.4 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม วิสัญญีแพทย์ (Doctor fee)
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าผู้ประกอบวิชาชีพวิสัญญีแพทย์ สำหรับแพทย์วางยาสลบหรือระงับความเจ็บปวด ในการผ่าตัดและการทำหัตถการของแพทย์
หมวดย่อยที่ 4.5 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ตับ ตับอ่อน ไต หัวใจ ปอด โดยมีสาเหตุจากการที่อวัยวะนั้นอยู่ในระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถกลับมาทำงานได้ดังเดิม และการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วยการใช้ Haematopoietic Stem Cells ภายหลังการทำ Bone Marrow Ablation
หมวดที่ 5 การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery)
กรณีผู้เอาประกันภัยได้เข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์เสมือนการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล
2. ผลประโยชน์กรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (ไม่นอนโรงพยาบาล/ผู้ป่วยนอก)
หมวดที่ 6 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือ ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ดังนี้
หมวดย่อยที่ 6.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับ ค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ค่าตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาและภาพการแพทย์ ค่าบริการรังสีร่วมเพื่อการวินิจฉัย ค่าบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการวินิจฉัยตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า ค่าแพทย์อ่านผลตรวจวินิจฉัยดังกล่าว (ถ้ามี) และค่าบริการทางการแพทย์อื่นเพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วัน ก่อนหรือหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น
หมวดย่อยที่ 6.2 ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน สำหรับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ภายใน 30 วันหลังจากออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาล ที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล ภายใน 30 วันหลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
ทั้งนี้ ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยครั้งนั้น
หมวดที่ 7 ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอก ภายใน 24 ชั่วโมง ของการเกิดอุบัติเหตุต่อครั้ง
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาล การบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล สำหรับการบาดเจ็บซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุบัติเหตุ ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง
หมวดที่ 8 ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู ค่าบริการกายภาพบำบัด ค่าบริการกิจกรรมบำบัด ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัด ค่าเครื่องมือและเวชภัณฑ์ สำหรับการรักษาต่อเนื่องในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล หลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
ทั้งนี้ไม่รวมถึงจิตวิทยาคลินิก
หมวดที่ 9 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคไตวายเรื้อรัง โดยการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อการรักษาโรคไตวายเรื้อรังโดยการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด
หมวดที่ 10 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง โดยรังสีรักษา รังสีร่วมรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษา
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง โดยรังสีรักษา รังสีร่วมรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษา (รวมถึงการฝังแร่รักษามะเร็ง) ทั้งนี้ ให้รวมถึงค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม สำหรับรังสีแพทย์ที่ให้การบำบัดรักษาด้วย
หมวดที่ 11 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยเคมีบำบัด
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยเคมีบำบัด รวมถึง การรักษาแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy)
ทั้งนี้ให้รวมถึงค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสำหรับแพทย์ที่ให้การบำบัดรักษาด้วย
หมวดที่ 12 ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้เอาประกันภัยไปหรือมาจากโรงพยาบาล ตามความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องใช้รถพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน รวมถึง ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่เกิดขึ้นในขณะอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉิน โดยต้องเกี่ยวเนื่องโดยตรงและสอดคล้องกับการบาดเจ็บหรือการป่วยอันเป็นเหตุของการเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในของโรงพยาบาล
หมวดที่ 13 ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดเล็ก
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลการบาดเจ็บหรือการป่วย โดยการผ่าตัดเล็ก
รายละเอียดความคุ้มครองของ "บันทึกสลักหลัง" ขยายความคุ้มครอง ที่แนบกับสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ อีลิท เฮลท์ พลัส
ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยใน
ค่าเครื่องมือทางการแพทย์ และอุปกรณ์เทียม (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่าเครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์เทียมที่ได้ใช้ในระหว่างที่ผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล
ค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
บริษัทจะจ่ายค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
ค่าห้องพักในโรงพยาบาลสำหรับบิดาหรือมารดา (เตียงเสริม) (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่าห้องพักสำหรับบิดาหรือมารดา 1 ท่านในขณะที่บุตรรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล
ค่าฟื้นฟูสภาพในฐานะผู้ป่วยใน (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่าฟื้นฟูสภาพและการบำบัดอื่นๆ เช่น กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และอรรถบำบัด (การแก้ไขการพูด) หลังจากการบาดเจ็บหรือการป่วย เช่น เส้นเลือดในสมองแตก และจะจ่ายสำหรับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านฟื้นฟูสภาพในโรงพยาบาลที่มีบริการฟื้นฟูสภาพเท่านั้น
ค่ารักษาทางจิตเวชในฐานะผู้ป่วยใน (สำหรับแผน 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่ารักษาทางจิตเวชในฐานะผู้ป่วยในตามความจำเป็นทางการแพทย์และมาตรฐานทางการแพทย์ รวมถึงค่าห้อง ค่าอาหาร และค่ารักษาทั้งหมดที่เกี่ยวกับภาวะทางจิตเวช
ผลประโยชน์หลังจากการเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล
ค่าพยาบาลส่วนตัวตามคำแนะนำแพทย์ หลังจากการเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการบริการดูแลรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็นในที่อยู่อาศัยของผู้เอาประกันภัยโดยพยาบาลวิชาชีพ
ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลแบบฉุกเฉิน
ค่ารักษาทางทันตกรรมเนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
บริษัทจะจ่ายค่ารักษาทางทันตกรรมเนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หากผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอันเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาอย่างทันที (ภายใน 7 วัน) โดยแพทย์
ค่าบริการการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์
บริษัทจะจ่ายค่าบริการการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์
ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก
ค่าธรรมเนียมปรึกษาแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เฉพาะทาง รวมไปถึงค่าวินิจฉัยและค่ายา (สำหรับแผน 2, 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่าธรรมเนียมปรึกษาแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เฉพาะทาง สำหรับการเข้าพบแพทย์เพื่อการรักษาอาการของโรคหรือการบำบัดรักษาโดยแพทย์ผ่านโทรเวชกรรม (Telemedicine) ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่บริษัทกำหนด และค่าปรึกษาแพทย์ท่านอื่นอีกเพียง 1 ท่านสำหรับอาการเดียวกัน (Second Opinion)
ค่าภาพวินิจฉัยขั้นสูง
บริษัทจะจ่ายค่าภาพวินิจฉัยขั้นสูงอันได้แก่ การตรวจทางเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจด้วยเครื่อง Positron Emission Tomography (PET) และการตรวจการเดิน (Gait scans) สำหรับการรักษาในฐานะผู้ป่วยนอก
การฝังเข็ม ธรรมชาติบำบัด กระดูกและกล้ามเนื้อบำบัด และการจัดกระดูก (สำหรับแผน 3 และ 4)
บริษัทจะจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการฝังเข็ม ธรรมชาติบำบัด กระดูกและกล้ามเนื้อบำบัด และการจัดกระดูก โดยการรักษาดังกล่าวต้องปฏิบัติโดยแพทย์ และได้รับการควบคุมดูแลทางการแพทย์จากแพทย์เฉพาะทาง
ตัวอย่างการคำนวณเบี้ยประกัน เพศหญิง อายุ 35 ปี
โครงการ Fit Point ส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุด 15% สำหรับลูกค้าที่สมัครแผนนี้
Fit Point ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพของคุณคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยสะสม Fit Point ได้จากสะสมก้าวเดิน สะสมนาทีออกกำลังกาย อัปโหลดผลตรวจสุขภาพ และกิจกรรมพิเศษอื่นๆ
ลูกค้าที่สมัครประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรงของเมืองไทยประกันชีวิตที่เข้าร่วมโครงการ สามารถนำ Fit Point ไปคำนวณเป็นส่วนลดเบี้ยปีต่ออายุได้สูงสุด 15% โดยแบ่งเป็น
- ปีที่ 1 ลดสูงสุด 10%
- ปีที่ 2 ลดสูงสุด 11%
- ปีที่ 3 ลดสูงสุด 12%
- ปีที่ 4 ลดสูงสุด 13%
- ปีที่ 5 ลดสูงสุด 14%
- ปีที่ 6 เป็นต้นไป ลดสูงสุด 15%
บริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครแผนนี้
MTL Smile Hospital Network คือโครงการพิเศษ ที่เมืองไทยประกันชีวิตร่วมมือกับ รพ. ชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า MTL สบายใจมากยิ่งขึ้น เมื่อต้องเข้ารับการรักษา จำนวนโรงพยาบาล MTL Smile Hospital Network ทั่วประเทศ กรุงเทพและปริมณฑล 61 โรงพยาบาล ต่างจังหวัด 84 โรงพยาบาล (ดูรายชื่อโรงพยาบาล)
โรงพยาบาลในโครงการ MTL Smile Hospital Network ต่างจากโรงพยาบาลคู่สัญญา โดยปัจจุบันโรงพยาบาลในการใช้สิทธิของลูกค้ามี 2 แบบคือโรงพยาบาลคู่สัญญาที่บริษัททำสัญญาด้วยซึ่งมีมานานแล้ว ลูกค้าสามารถใช้สิทธิแฟ็กซ์เคลมเมื่อเข้ารักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย และประเมินค่ารักษาก่อนก่อนรักษาได้ แต่บริการใหม่ MTL Smile Hospital Network ลูกค้าจะได้สิทธิพิเศษมากกว่าเดิม เช่น
- บริการ Faster Pre-Authorization ประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดล่วงหน้ารวดเร็วภายใน 2 ทำการ
- ได้ราคาพิเศษสุดคุ้ม สำหรับแพ็กเกจผ่าตัด ลดสูงสุดไม่เกิน 30% (ตามแพ็กเก็จแต่ละโรงพยาบาล)
- หมดห่วงเรื่องส่วนเกินค่าห้อง พร้อมได้ราคาพิเศษตามอัตราแต่ละ รพ.
- เข้าถึงการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสะดวก เพราะมีบริการ Health Buddy คอยช่วยแนะนำ
วางแผนประกันสุขภาพระยะยาวแบบจ่ายเบี้ยคงที่กับโครงการ uDesign (UDR)
- ตัวอย่างคุณเอ็ม เพศชาย อายุ 35 ปี และวางแผนว่าจะให้คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
- แบบที่ 1 (จ่ายเบี้ยตามอายุที่เพิ่ทขึ้นทุกปีตารางด้านบน)
- เลือกประกันสุขภาพระยะสั่้นกับประกันชีวิต สมาร์ทโพรเทคชั่น 99/20 ทุนประกัน 200,000 บาท + เบี้ยประกันสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส แผน 20 ล้านบาท รวมทั้งหมดตลอดโครงการโดยจะต้องจ่ายเบี้ยตั้งแต่อายุ 35 ถึง อายุ 90 ปี รวมประมาณ 12,600,000 บาท
- แบบที่ 2 (วางแผนจ่ายเบี้ยคงที่และหยุดจ่ายเบี้ยตามที่ต้องการ)
- สมมติอัตราผลตอบแทนจาการลงทุน 5% วางแผนประกันสุขภาพระยะยาวโครงการ uDesign ชำระเบี้ยประกันคงที่ด้วยแบบประกันชีวิตควบการลงทุนแผน mDesign จะได้ความคุ้มครองเริ่มต้น 2,250,000 บาท จ่ายเบี้ยถึงอายุ 60 ปีแล้วหยุดจ่าย ได้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพจากมูลค่าการลงทุน ไปจนถึงอายุ 99 ปี เบี้ยทั้งหมดตลอดโครงการ 3,900,000 บาท (จ่ายเบี้ยปีละ 150,000 บาท ) การวางแผนประกันสุขภาพระยะยาวกับโครงการ uDesign จ่ายเบี้ยน้อยกว่า 8,600,000 บาท (12,600,000-3,900,000)
- สมมติอัตราผลตอบแทนจาการลงทุน 3% วางแผนประกันสุขภาพระยะยาวโครงการ uDesign ชำระเบี้ยประกันคงที่ด้วยแบบประกันชีวิตควบการลงทุนแผน mDesign จะได้ความคุ้มครองเริ่มต้น 2,250,000 บาท จ่ายเบี้ยถึงอายุ 60 ปีแล้วหยุดจ่าย ได้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพจากมูลค่าการลงทุน ไปจนถึงอายุ 85 ปี เบี้ยทั้งหมดตลอดโครงการ 3,900,000 บาท (จ่ายเบี้ยปีละ 150,000 บาท ) การวางแผนประกันสุขภาพระยะยาวกับโครงการ uDesign จ่ายเบี้ยน้อยกว่า 2,100,000 บาท (6,000,000-3,900,000) กรณีทำแบบที่ 1 จ่ายเบี้ยถึงอายุ 85 ปีอยู่ที่ 6,000,000 บาท)
- uDesign คืออะไร
- แบบประกันชีวิตควบการลงทุนในโครงการ uDesign
- แบบประกันชีวิตควบการลงทุนแผน mDesign
- ตัวอย่างการออกแบบความคุ้มครองได้ตามไลฟ์สไตล์แต่ละคนด้วย uDesign
เอกสารที่ใช้สมัคร/ช่องทางการชำระเงิน
- สำเนาบัตรประชาชน (หากเป็นเด็กยังไม่มีบัตรประชาชนใช้ใบเกิดและสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครอง)
- สำเนาสมุดบัญชีธนาคารผูกบัญชีรับเงินคืน (สามารถผูกพร้อมเพย์บัตรประชาชนได้)
- ช่องทางจ่ายเบี้ย (บัตรเครดิต,สแกนผ่านแอปธนาคาร)
- ช่องทางการสมัคร (แบบเจอกัน หรือ แบบออนไลน์ Digital Face to Face)
คำถามที่พบบ่อย
1. ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ดียังไง ทำไมต้องซื้อ?
- ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) เป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินความคุ้มครองสูงที่จะช่วยดูแลความต้องการสุขภาพแบบครบวงจรด้วยวงเงินความคุ้มครองสูง ถึง 20-100 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมโรคทั่วไป โรคร้ายทุกระยะ และโรคระบาด คุ้มครองการรักษาโรคมะเร็งด้วยการรักษาวิธีการเคมีบำบัด การฉายรังสี รวมถึงรักษาแบบ Targeted Therapy ถ้านอนห้องเดี่ยวมาตรฐานและห้อง ICU 365 วัน ก็จ่ายตามจริง หรือถ้านอนห้องเดี่ยวพิเศษก็คุ้มครอง 10,000-25,000 บาทต่อวัน และยังสามารถเลือกพื้นที่ความคุ้มครองได้หากต้องการไปรักษายังต่างประเทศ ให้คุณหมดกังวลกับค่ารักษาพยาบาล ด้วยเบี้ยประกันภัยที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 ปี-90 ปี คุ้มครองยาว ๆ ถึงอายุ 99 ปี ให้คุณอุ่นใจ คลายกังวลเมื่อโรคภัยถามหายามแก่ตัว
2. ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) เหมาะกับใคร?
- หากคุณอยากมีความคุ้มครองสุขภาพที่คุ้มครองสูงครอบคลุม กรมธรรม์เดียวเอาอยู่ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ตอบโจทย์คุณได้แน่นอน เพราะอีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) เป็นประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายใจสูง ๆ เรื่องค่ารักษา สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้จากตัวแทนของบริษัทฯ หรือ โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง
3. สนใจความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) อยากรู้ว่าคุ้มครองอะไรบ้าง?
- ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ดูแลความต้องการด้านสุขภาพ คุ้มครองค่าห้อง 10,000-25,000 บาทต่อวัน หรือกรณีรักษาในห้องเดี่ยวมาตรฐานและห้อง ICU ก็คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง คุ้มครองผู้ป่วยใน, คุ้มครองแบบฉุกเฉิน, คุ้มครองผู้ป่วยนอก และการรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการเสริมพิเศษอย่าง MTL Global Doctors และ MTL Global Connect ให้คุณอุ่นใจยามเกิดเหตุไม่คาดฝันก็มีผู้ช่วยคอยอยู่เคียงข้าง
4. ห้องเดี่ยวมาตรฐาน หมายถึงห้องประเภทไหน ?
- ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน หมายถึง ค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาล ใช้สำหรับการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลในประเทศไทยเท่านั้น
5. ความคุ้มครองค่าห้องของ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) คุ้มครองอย่างไร
กรณีลูกค้าเข้ารับรักษาโรงพยาบาลในประเทศไทย
- หากนอนห้องเดี่ยวมาตรฐาน คุ้มครองแบบจ่ายตามจริง
- หากนอนห้องที่ไม่ใช่ห้องเดี่ยวมาตรฐาน(ห้องเดี่ยวพิเศษ) คุ้มครอง 10,000-25,000 บาทต่อวัน ตามแผนที่เลือก หรือคุ้มครองไม่เกินค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
กรณีลูกค้าเข้ารับรักษาโรงพยาบาลในต่างประเทศ
- คุ้มครอง 10,000-25,000 บาทต่อวัน ตามแผนและพื้นที่ความคุ้มครองที่เลือก
ทั้งนี้ผลประโยชน์ ค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล รวมผลประโยชน์ค่าห้องผู้ป่วยวิกฤต(ICU) แล้วสูงสุดไม่เกิน 365 วัน
6. การรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy คืออะไร?
- โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยและทั่วโลก แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ วงการแพทย์ได้ค้นพบวิธีรักษาโรคมะเร็ง แทนวิธีการเคมีบำบัด การฉายรังสี ซึ่งก็คือการรักษาแบบ Targeted Therapy ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง โดยให้ยาหรือสารไปยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อย รวมทั้งสามารถใช้ได้ในผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรงพอจะรับยาเคมีบำบัดได้ โดยมีอัตราตอบสนองต่อการรักษาสูงถึง 80%
ข้อมูลอ้างอิง https://www.samitivejhospitals.com/th/precision-medicine/targeted-therapy/
7. เมื่อสมัครความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) แล้วจะได้รับความคุ้มครองเลยหรือไม่?
- มีระยะเวลารอคอยหลังจากวันที่เริ่มทำสัญญาไปแล้ว 30 วัน จึงจะมีผลคุ้มครอง
- อาการเจ็บป่วย หรือโรคต่อไปนี้ที่จะต้องรอ 120 หลังจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองหรือวันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม (Reinstatement) ได้แก่
- เนื้องอก
- ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
- ริดสีดวงทวาร
- ไส้เลื่อนทุกชนิด
- ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
- การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
- นิ่วทุกชนิด
- เส้นเลือดขอดที่ขา
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- ความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส หรือ สุขภาพดี พลัส เพิ่มเติม การคลอดบุตรในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม แม้ในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร ที่จะต้องรอ 280 วัน
- การถ่างขยายปากมดลูกและการขูดมดลูก รวมทั้งกรณีแท้งบุตรในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม ที่จะต้องรอ 90 วัน
- ค่าฉีดวัคซีน ค่ารักษาทางทันตกรรม ค่ารักษาทางสายตา ที่จะต้องรอ 30 วัน
- การตรวจสุขภาพประจำปี ที่จะต้องรอ 1 ปี หลังจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามบันทึกสลักหลังนี้
8. ซื้อความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) แต่เลือกพื้นที่ความคุ้มครองประเทศไทย หากไปเจ็บป่วยต่างประเทศจะได้คุ้มครองหรือไม่?
- หากไปเจ็บป่วยที่ต่างประเทศจะได้รับความคุ้มครอง 2 กรณี คือ การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษาแบบฉุกเฉิน และต้องอยู่ภายใน 90 วันแรกของการเดินทางออกนอกพื้นที่แต่ละครั้ง
9. หากเลือกพื้นที่ความคุ้มครอง เอเชีย ทั่วโลกยกเว้นอเมริกา ทั่วโลก จะเคลมได้ทางไหน?
- สามารถโทร. ติดต่อ MTL Global Connect ที่เบอร์ +66 2290 2424 เพื่อสอบถามโรงพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่นั้น ๆ และจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานตลอดเวลาไม่ให้คุณต้องกังวลแม้เจ็บป่วยต่างประเทศก็มีคนช่วยดูแลตลอดเวลา
10. ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) สามารถลดหย่อนภาษี ได้หรือไม่?
- เมื่อซื้อความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ก็สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 383
11. สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing Condition)
บริษัทจะไม่จ่ายผลประโยชน์ตามสัญญาเพิ่มเติมนี้สำหรับโรคเรื้อรัง การบาดเจ็บ หรือการป่วย (รวมถึงภาวะแทรกซ้อน) ที่ยังมิได้รักษาให้หายก่อนวันที่สัญญาเพิ่มเติมนี้เริ่มมีผลคุ้มครองเป็นครั้งแรก เว้นแต่
1) ผู้เอาประกันภัยได้แถลงให้บริษัททราบและบริษัทยินยอมรับความเสี่ยงภัย โดยไม่มีเงื่อนไขยกเว้นความคุ้มครองดังกล่าว หรือ
2) โรคเรื้อรัง การบาดเจ็บ หรือการป่วย (รวมถึงภาวะแทรกซ้อน) นั้น ไม่ปรากฏอาการ ไม่ได้รับการตรวจรักษาหรือวินิจฉัยโดยแพทย์ หรือไม่ได้พบหรือปรึกษาแพทย์ ในระยะ 5 ปีก่อนวันที่สัญญาเพิ่มเติมเริ่มมีผลคุ้มครองเป็นครั้งแรก และในช่วงเวลา 3 ปีตั้งแต่วันที่สัญญาเพิ่มเติมนี้เริ่มมีผลคุ้มครองเป็นครั้งแรก
การต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมกรณีครบรอบปีกรมธรรม์
สัญญาเพิ่มเติมนี้ จะต่ออายุเมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย โดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน แต่บริษัทยังคงไว้ซึ่งสิทธิในการปรับเบี้ยประกันภัย ตามข้อกำหนดเรื่อง “การปรับเบี้ยประกันภัย” ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน เว้นแต่กรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจะสงวนสิทธิ์ไม่ต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน
1) ในกรณีที่มีหลักฐานว่าผู้เอาประกันภัยไม่แถลงข้อเท็จจริงตามใบคำขอเอาประกันภัย หรือคำขอต่ออายุ (Reinstatement) ใบแถลงสุขภาพ และข้อแถลงเพิ่มเติมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้บริษัทฯ เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่รับทำสัญญา หรือรับประกันแบบมีเงื่อนไข
2) ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องผลประโยชน์จากการที่ตนให้มีการรักษาการบาดเจ็บหรือการป่วยโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์
3) ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องผลประโยชน์ค่าชดเชยจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมกันทุกบริษัทเกินกว่ารายได้ที่แท้จริง
ทั้งนี้ ในการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมนี้ บริษัทจะสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้อตกลงความคุ้มครอง โดยการเพิ่มเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ตามอัตราและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครอง กรณีผู้เอาประกันภัยมีการเรียกร้องผลประโยชน์จากการป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple diseases) และเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป และมีอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากสาเหตุข้างต้นของผู้เอาประกันภัยแต่ละรายภายใต้สัญญาเพิ่มเติมฉบับนี้ ตั้งแต่ร้อยละ 200 หรือ
(2) ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครอง กรณีผู้เอาประกันภัยมีการเรียกร้องผลประโยชน์จากการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ในรอบปีกรมธรรม์ประกันภัยตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป และมีอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากสาเหตุข้างต้นของผู้เอาประกันภัยแต่ละรายภายใต้สัญญาเพิ่มเติมฉบับนี้ ตั้งแต่ร้อยละ 400 แต่ไม่รวมถึงค่าสินไหมทดแทนจากค่ารักษาโรคร้ายแรง และ/หรือการผ่าตัดใหญ่
หากการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัยแต่ละรายภายใต้สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพฉบับนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ (1) และ (2) บริษัทจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครอง
ในกรณีที่บริษัทกำหนดเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) แล้ว ต่อมาการเรียกร้องผลประโยชน์หรืออัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัยปรับลดลงจากหลักเกณฑ์ข้างต้น บริษัทจะพิจารณาปรับลดอัตราค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ให้กับผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท
โดยอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนคำนวณโดยนำค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่บริษัทอนุมัติจ่ายจริงในรอบปีกรมธรรม์ หารด้วยเบี้ยประกันภัยในรอบปีกรมธรรม์
ในกรณีบริษัทเพิ่มเติมเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ที่เป็นไปตามอัตราและหลักเกณฑ์ข้างต้น บริษัทจะออกหลักฐานเกี่ยวกับการกำหนดอัตราและหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ให้ผู้เอาประกันภัยทราบก่อนวันครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย ไม่น้อยกว่า 15 วัน
การปรับเพิ่มเบี้ยประกัน
บริษัทอาจปรับเบี้ยประกันภัย ณ วันครบรอบปีกรมธรรมประกันภัย ในอัตราเบี้ยประกันภัยที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนไว้แล้วอันเนื่องมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1) อายุ และชั้นอาชีพ ของแต่ละบุคคล
2) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น หรือจากประสบการณ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ของสัญญาเพิ่มเติมนี้ โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือวิธีการอื่นที่ผู้เอาประกันภัยให้ความยินยอม ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ตัวอย่างแผนที่ลูกค้าเลือก









