ช้อป iPhone12 ดีมีเงินภาษีคืน กับโครงการ “ช้อปดีมีคืน”

สวัสดีครับ วันนี้หลายคนที่จอง iPhone 12 ไว้ ตั้งแต่วันที่ 20 ที่ผ่านมาน่าจะเริ่มได้รับเครื่องกันแล้ว ใครได้เครื่องของจริงแล้วถ่ายรูปมาอวดกันด้วยนะค้าบ ผมก็อยากได้เต็มที่แล้วแต่ไม่ได้จอง รอไปดูของที่ช้อป AIS เพราะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือก Model ไหนดี อยากลองจับเครื่องจริงดูก่อน

ตอนนี้ผมยังใช้ iPhone 7 อยู่ ผ่านมาเกือบ 5 ปีเครื่องก็ยังใช้ดีไม่ติดปัญหา มีอยู่เรื่องเดียวก็คือ หน่วยความจำเต็ม 555

อีกเหตุผลหนึ่งที่กำลังสนใจ iPhone 12 เพราะช่วงนี้มีโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ช้อปปิ้งอะไรก็เอาไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ เลยเล็ง iPhone 12 ไว้ครับ

วันก่อนผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่กำลังดู iPhone 12 ไว้เหมือนกันซึ่งเพื่อนผมคนนี้ก็กำลังตัดสินใจจะเปลี่ยนโทรศัพท์แล้วเอาไปใช้ลดหย่อนภาษีด้วย

พอได้คุยทำให้รู้ว่าเพื่อนบางคนยังไม่รู้ว่าตัวเองซื้อของแล้วเอาไปใช้ลดหย่อนภาษีแล้วจะได้เงินภาษีที่จ่ายไป หรือลดภาษีที่จะต้องจ่ายได้กี่บาท บางคนเห็นว่าเพื่อนได้ภาษีคืน 3,000 บาทก็คิดว่าตัวเองได้เท่ากัน ทั้งๆ ที่รายได้ของทั้งสองคนไม่เท่ากัน ผมเลยช่วยนั่งคำนวณให้เพื่อนดู เลยอยากจะเอาตัวอย่างมาแบ่งปันให้ทุกคนดูว่า ถ้าเราซื้อ iPhone 12 เครื่องใหม่จะรู้จะได้ยังไงว่าเราได้เงินภาษีคืนหรือลดหย่อนภาษีไปได้เท่าไหร่

===============

ตัวอย่าง A
(1) A มีรายได้ทั้งปี 420,000 บาท ( รายได้ทุกอย่างรวมโบนัส, OT)
(2) จ่ายประกันสังคม 9,000 บาท (สมมติว่าปีนี้จ่าย 750 เท่ากันทุกเดือน)
(2) จ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท 21,000 บาท
(2) จ่ายเบี้ยประกันชีวิต 20,000 บาท
(2) มีค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ตามที่สรรพหากำหนด 60,000 บาท
(2) มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามที่สรรพหากำหนด 100,000 บาท

รวม ข้อ (2) 210,000 บาท
นำรายได้จากข้อ (1) มาลบข้อ (2) คงเหลือ 210,000 บาท

ขั้นตอนคำนวณภาษี
– รายได้สุทธิ 0-150,000 บาท ไม่เสียภาษี
– รายได้สุทธิ 150,001- 300,000 บาทเสียภาษี 5%
– รายได้สุทธิของ A 210,000 ไม่เกิน 300,000 บาทแแสดงว่า A เสียภาษี ในฐานภาษี 5% ( 210,000 ลบด้วย 150,000 บาทที่ไม่เสียภาษี เหลือ 60,000 บาท)

นำรายได้สุทธิ 60,000 บาท*5% จะได้ภาษีที่ต้องเสียเท่ากับ 3,000 บาท จะว่าเยอะก็เยอะเหมือนกันนะครับเงิน 3,000 บาท

ถ้าสมมติว่าเพื่อนๅ ซื้อไอโฟน ราคา 30,000 บาท หลายคนสงสัยว่าจะลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ มาดูกันครับ

ก่อนอื่นเอาราคาไอโฟนไปลบออกจาก รายได้สุทธิที่จะต้องจ่ายคือ 60,000- 30,000 เท่ากับ 30,000 บาท จากนั้นเอาไปคูณอัตราภาษี 5% เท่ากับภาษีที่ต้องจ่าย 1,500 บาท เท่ากับว่าจากที่เราจะต้องเสียภาษี 3,000 บาทก็เสียแค่ 1,500 บาท ลดไปตั้ง 1,500 บาท

===============

ตัวอย่าง B
(1) B มีรายได้ทั้งปี 720,000 บาท ( รายได้ทุกอย่างรวมโบนัส, OT)
(2) B จ่ายประกันสังคม 9,000 บาท (สมมติว่าปีนี้จ่าย 750 เท่ากันทุกเดือน)
(2) B จ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท 36,000 บาท
(2) B จ่ายเบี้ยประกันชีวิต 35,000 บาท
(2) B มีค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ตามที่สรรพหากำหนด 60,000 บาท
(2) B มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามที่สรรพหากำหนด 100,000 บาท

รวม ข้อ (2) 240,000 บาท
นำรายได้จากข้อ (1) มาลบข้อ (2) คงเหลือ 480,000 บาท

ขั้นตอนคำนวณภาษี
– รายได้สุทธิ 0-150,000 บาท ไม่เสียภาษี
– รายได้สุทธิ 150,001- 300,000 บาทเสียภาษี 5%
– รายได้สุทธิ 300,001- 500,000 บาทเสียภาษี 10%
– รายได้สุทธิของ B 480,000 ไม่เกิน 500,000 บาทแแสดงว่า B เสียภาษี ในฐานภาษี 10% B จะต้องเสียภาษี 25,500 บาท

ถ้าสมมติว่าเพื่อนๅ ซื้อไอโฟน ราคา 30,000 บาท จากที่จะต้องเสียภาษี 25,500 บาทจะเหลือเพียง 23,500 บาทซึ่งลดไปประมาณ 3,000 บาทลยทีเดียว (ขอไม่เขียนยกตัวอย่างเพราะเดี่ยวจะงง สามารถนำตัวเลขไปกรอกในโปรแกรมคำนวณภาษีจะง่ายกว่าครับ)

===============

จะเห็นว่านอกจากซื้อ iPhone12 เครื่องใหม่จะได้ส่วนลดต่างๆ ไม่ว่างจะเป็นโปรโมชั่นจากเครือข่ายมือถือ ส่วนลดจากบัตรเครดิต หรือการแลกแต้มและ ยังมีส่วนของภาษีที่เราจะได้คืนหรือจ่ายน้อยลงด้วย

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีรายได้สูงกว่านี้ก็มีส่วนของเงินคืนที่ได้รับมากขึ้นตามฐานภาษีของเรานะครับ แต่ละคนมีรายได้ไม่เท่ากับ ฐานภาษีไม่เท่ากันเงินที่ซื้อของก็จะได้คืนก็ไม่เท่ากันด้วย ถ้าต้องมานั่งคำนวณเองอาจจะปวดหัวได้

ผมมีตัวช่วยให้เพื่อๆ ได้นำไปใช้ครับ นั้นก็คือโปรแกรมคำนวณและวางแผนภาษี เพียงแค่กรอกรายได้สุทธิของแต่ละคน กรอกรายได้และค่าลดหย่อนของแต่ละคนก็จะแสดงจำนวนภาษีที่ต้องเสียให้เห็นเลยครับ สนใจสอบถามทางแชทได้เลยครับ

สอบถามรายละเอียดทางอินบ๊อกได้เลยครับ
FB : http://m.me/MTL.SmartInsurance
Line : https://lin.ee/cAyHd1Q
Website : www.mtl-insure.com