
เรื่องราวของ “ลีกาซิง” จากศูนย์สู่มหาเศรษฐี
- ลีกาซิงเป็นคนจีน มีพ่อเป็นครูใหญ่
ตอนเด็ก ๆ อายุประมาณ 12 ปี เกิดสงคราม ทหารญี่ปุ่นบุกจีน ทำให้เขาและครอบครัวต้องอพยพไปที่ฮ่องกง - หลังจากย้ายมาอยู่ฮ่องกงได้ประมาณ 2 ปี พ่อของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรควัณโรค
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเสียใจมาก และสัญญากับพ่อว่าจะทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้ - หลังจากพ่อเสียชีวิต ลีกาซิงจึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว
เขาต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปทำงานรับจ้าง
เขาทำงานหนักวันละ 16–20 ชั่วโมง
จนได้รับโบนัสมากกว่าคนอื่น
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ
แม้จะทำงานหนัก เขาก็ยังตื่นเช้ามาอ่านหนังสือทุกวัน
ตอนเย็นก็ไปเรียนเพิ่มเติม
เขามักซื้อหนังสือมือสองมาอ่าน
พออ่านจบก็เอาไปขาย เพื่อนำเงินไปซื้อเล่มใหม่ต่อ
- เขาเลื่อนตำแหน่งจากเด็กรับจ้าง
ขึ้นมาเป็นผู้จัดการโรงงาน ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี
และเริ่มมีความคิดว่า “อยากมีโรงงานเป็นของตัวเอง”
- เขาเก็บเงินได้ประมาณ 7,000 ดอลลาร์
แล้วนำไปเปิดโรงงานพลาสติก
เพราะเขามองการณ์ไกลว่า
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ธุรกิจพลาสติกจะมีบทบาทสำคัญ
เนื่องจากสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย
- เขาขยายธุรกิจด้วยการผลิต “ดอกไม้พลาสติก” ส่งออก
จนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทส่งออกดอกไม้พลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย - หลังจากธุรกิจพลาสติกเติบโต
เขาก็ขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ เช่น
อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ท่าเรือ และการสื่อสาร
ปัจจุบัน ธุรกิจทั้งหมดถูกส่งต่อให้ลูกชายทั้งสองคนดูแล
- ในช่วงที่ลูกยังเล็ก
เขาสอนลูกให้รู้จักความลำบาก
ให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ไปขายหนังสือพิมพ์
และพาไปเห็นชีวิตของคนที่ลำบากกว่า
รวมถึงถ่ายทอดแนวคิดทางการเงินที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก
เรียกว่า
แผน 5 ปี ที่จะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น
สมมติว่าเรามีรายได้ = 100%
ให้แบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้
- 30%
- 20%
- 15%
- 10%
- 25%
เงินส่วนที่ 1 — 30%
ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
แนะนำให้แบ่งเป็นงบรายวัน เพื่อควบคุมการใช้เงินให้ง่ายขึ้น
เงินส่วนที่ 2 — 20%
ใช้สร้างความสัมพันธ์ เช่น
- กินข้าวกับคนที่ช่วยสนับสนุนงาน
- พบปะเพื่อนใหม่
- รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนเก่า
เพราะ “เครือข่ายที่ดี” สร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้เสมอ
เงินส่วนที่ 3 — 15%
ใช้พัฒนาตัวเอง เช่น
- เรียนคอร์สเพิ่มเติม
- ซื้อหนังสือ
- ลงทุนกับความรู้
สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มทักษะ และเปิดโอกาสใหม่ในอนาคต
เงินส่วนที่ 4 — 10%
ใช้สำหรับการท่องเที่ยว
เพื่อเปิดโลก และสร้างประสบการณ์ใหม่
การได้เห็นอะไรใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มพลังในการทำงาน
และอาจได้ไอเดียใหม่ ๆ กลับมาด้วย
เงินส่วนที่ 5 — 25%
ใช้สำหรับการลงทุน เช่น
- ลงทุนในธุรกิจ
- ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ
เพื่อทำให้เงินงอกเงยในระยะยาว
สรุปแนวคิดสำคัญ
ไม่ว่าคุณจะมีรายได้เท่าไหร่
ให้แบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วนแบบนี้เสมอ
เพราะมันคือการจัดสมดุลของชีวิตทั้ง 5 ด้าน
- การใช้ชีวิต
- ความสัมพันธ์
- ความรู้
- ประสบการณ์
- และอนาคตทางการเงิน
ยิ่งคุณรู้จักคนมากขึ้น
พัฒนาตัวเองมากขึ้น
โอกาสในการสร้างรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเอง
ลีกาซิงเคยบอกไว้ว่า
ถ้าทำตามแผนนี้ต่อเนื่อง 5 ปี
ชีวิตจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน