การออมเงินโดยไม่มีเป้าหมายก็เหมือนขับรถอยู่บนถนนแต่ไม่มีมีการวางแผนและเลือกเส้นทาง ขับเท่าไหร่ก็ไม่ถึงปลายทางสักที และยังสิ้นเปลืองน้ำมัน เสียเวลา และสิ้นเเปลืองพลังงานอีกด้วย วันนี้ถ้าทุกอย่างอยากออมเงินให้สำเร็จอย่างที่ต้งอาการ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ผมมีเคล็ดลับดีๆ เดี่ยวกับการออมเงินให้ได้ตามเป้าหมายมาบอก เทคนิคนี้ผมได้เอามาใช้กับตัวเอง ใช้จริง ทำจริง เห็นผลจริง และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เลยนำมาแบ่งปันต่อ นั่นก็คือ "การออมเงินแบบ SMART" SMART มาจากคำว่าดูดี ดูฉลาด หรืออาจจะเป็นการออมเงินที่ฉลาดก็ได้ ในอักษรแต่ละตัวนั้นยังมีความหมายแฝงอยู่สามารถอธิบายความหมายแต่ละตัวเป็นหลักการออมเงินได้ ดังนี้
ตัวอย่างแรก
- ส้มตั้งใจจะเก็บเงินไปเที่ยวญี่ปุ่น
- โดยไปเที่ยวจะต้องใช้เงินทั้งหมด 60,000 บาท
- เงินที่จะเก็บจะหักงานเงินเดือนที่เข้ามา 2,000 บาททุกเดือนก่อนเอาไปใช้
- เงินที่จะหักเก็บเดือนละ 2,000 ไม่น่าจะกระทบกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพราะหักมาจากเงินช้อปปิ้งและเดือนไหนมีโอทีเพิ่ม ก็จะเก็บเพิ่มขึ้น อาจจะหางานอื่นๆเพิ่ม เสาร์อาทิตย์ด้วย
- เป้าหมายจะเก็บให้ได้ 20,000 บาท ภายใน 6 เดือนนี้ก่อนเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินและอีก 40,000 บาทจะเก็บให้ได้ภายใน 10 เดือนถัดไปก่อนที่จะเดินทาง
ตัวอย่างที่สอง
- มะนาวอยากเรียนต่อปริญญาโท
- ค่าเทอมทั้งหลักสูตร 150,000 บาท
- วางแผนการเก็บเงินจากเงินเดือนประจำ ให้ได้ส่วนหนึ่ง เอาเงินโบนัสปลายปีมาสมทบ และอาจจะหารายได้เสริม
- ตั้งใจว่าจะเก็บให้ได้ 50% (75,000 บาท) จากเงินเดือนประจำ ส่วนที่เหลืออีก 75,000 บาทจะเป็นเงินโบนัสและรายได้เสริม
- คาดว่าจะเริ่มเรียนอีก 2 ปี
- ขั้นตอนง่ายๆ สู่การมีอิสระทางการเงิน
- เทคนิคออมเงินตามวัย…คน Gen ไหนออมแบบไหนเวิร์กสุด
- สุดยอดเทคนิควางแผนการเงิน (สามเหลี่ยมทางการเงิน)