กองทุนรวม คือ การระดมเงินทุนของคนจำนวนมากที่สนใจลงทุนหรือซื้อกองทุนไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามประเภทของกองทุนและนโยบายของกองทุนนั้นๆ โดยมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารกองทุนให้ เมื่อกองทุนมีกำไรก็จะนำมาปันผลให้กับผู้ที่ถือกน่วยลงทุนหรือผู้ที่ซื้อกองทุน (กองที่มีนโยบายปันผล) แต่ถ้าเป็นกองทุนที่ไม่มีนโยบายปันผลก็จะสะสมกำไรไว้ทำให้เงินในกองทุนเพิ่มขึ้น
ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวม
-
สามารถลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย
- เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องลงทุน
- เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ
- มีมืออาชีพหรือผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้ดูแลให้
- มีการกระจายการลงทุนในหลากหลายบริษัทหรือหลายประเภทสินทรัพย์
ประเภทกองทุนรวม
การลงทุนในกองทุนรวมมีข้อดีตรงที่สามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภทเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดทุน โดยการแบ่งกองทุนรวมสามารถแบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้
แบ่งตามการไถ่ถอนคืน
- กองทุนเปิด (Opened - End Fund) กองทุนรวมที่การกำหนดอายุโครงการไว้หรือไม่กำหนดก็ได้ เมื่อกองทุนมีการเสนอขายครั้งแรก (IPO) ไปแล้ว ก็ยังสามารถซื้อได้อยู่ การขายกองทุนก็สามารถทำได้ตามเงื่อนไขของกองทุนนั้นๆ เช่น ก่อนเวลา 15.30 น. จะได้เงินเมื่อผ่านไป T+1 วัน
- กองทุนปิด (Closed - End Fund) กองทุนรวมที่การกำหนดอายุไว้ ไม่สามารถซื้อระหว่างที่กองทุนยังดำเนินการอยู่ หรือว่าขายกองทุนก่อนครบกำหนดได้
แบ่งตามนโยบายการลงทุน
- กองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) : ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นหรือเงินฝากอายุไม่เกิน 1 ปี มีความเสี่ยง/ผลตอบแทนต่ำ และมีความผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุนน้อย เช่น เงินฝาก, ตราสารหนี้ประเภท พันธบัตรรัฐบาล, ตั๋วเงินคลัง
- กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) : กองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลหรือหุ้นกู้ที่ออกโดยเอกชน
- กองทุนรวมผสม (Mixed Fund) : กองทุนที่กระจายการลงทุนทั้งในตราสารหนี้และตราสารทุน ตามสัดส่วนของแต่ละกองทุน เช่นลงทุนในตราสารหนี้ 70% ลงทุนในตราสารทุน 30% ในตราสารหนี้ก็อาจจะกระจายลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ตามนโนบายของกองทุน เช่น พันธบัตรรัฐบาล, ตั๋วเงินคลัง,หุ้นกู้
- กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) : กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุนเช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น มีข้อดีคือกองที่ซื้อสามารถกระจายการลงทุนได้ในหุ้นหลายบริษัท ช่วยลดความเสี่ยงได้
- กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund) : กองทุนที่นำเงินลงทุนไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างประเทศหรือกองทุนในต่างประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของเงินและสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น
- กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) : กองทุนที่นำเงินลงทุนไปลงทุนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นอีกที เช่นกองทุนรวมต่างประเทศ บลจ.อาจจะไม่ได้ลงทุนในสินทรัพย์โดยตรงแต่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เปิดขายอีกที
- กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม (Sector Fund) : กองทุนรวมที่ลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมเพียงบางหมวด เช่น หมวดธนาคาร หมวดพลังงาน หมวดเทคโนโลยี
- กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) : กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า อยากเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Funds)"
- กองทุนรวม ETF (Exchange Traded Fund) : กองทุนที่ซื้อขายหน่วยลงทุนได้เสมือนหุ้น โดยนโยบายการลงทุนจะใกล้เคียงดัชนีอ้างอิง เช่น ดัชนีราคาหุ้น ดัชนีราคาหุ้น SET50 ดัชนีราคาตราสารหนี้ สามารถซื้อหรือขายได้ในราคาและเวลาที่ต้องการได้แบบ Real Time โดยไม่จำเป็นต้องรอ NAV ของกองทุน ณ สิ้นวันทำการเหมือนกองทุนประเภทอื่น
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) : กองทุนส่งเสริมการออมไว้สำหรับยามเกษียณโดยใชัสิทธิลดหย่อนภาษีได้ และมีนโยบายการลงทุนที่หลากให้เลือกเช่น ตลาดเงิน ตราสารหนี้ ตราสารทุน
- กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) : กองทุนที่เน้นการออมเพื่อลดหย่อนภาษี ลงทุนในหลักทรัพย์ทุกประเภท ออกมาแทน LTF ที่ปิดไป
ระดับความเสี่ยงของกองทุนรวม
การลงทุนในกองทุนรวมจะต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อน (เฉพาะครั้งแรกที่ลงทุนเท่านั้น) โดยแบบประเมินความเสี่ยงจะบอกว่าเราเหมาะกับกองทุนรวมประเภทไหนและควรกระจายการลงทุนในกองทุนแต่ละประเภทสัดส่วนเท่าไหร่ มาดูว่ากองทุนประเภทต่างๆ มีความเสี่ยงระดับไหนกันบ้าง
- ความเสี่ยงระดับ 1 : กองทุนรวมตลาดเงิน
- ความเสี่ยงระดับ 2-4 : กองทุนรวมตลาดเงินและตราสารหนี้
- ความเสี่ยงระดับ 5 : กองทุนรวมผสม
- ความเสี่ยงระดับ 6 : กองทุนรวมตราสารทุนในประเทศและต่างประเทศ
- ความเสี่ยงระดับ 7 : กองทุนหมวดอุตสาหกรรม เช่น ธนาคาร พลังงาน เทคโนโลยี
- ความเสี่ยงระดับ 8 : กองทุนรวมในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ น้ำมัน
ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน
การลงทุนในกองทุนรวมจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุน 2 แบบคือ
- เงินปันผลจากการลงทุน เช่น กองทุนไหนมีกำไรการลงทุนก็จะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน โดยจะต้องดูนโยบายการลงทุนด้วยว่ามีการจ่ายเงินปันผลหรือไม่ ถ้ามีการจ่ายเงินปันผลก็จะถูกหักภาษี 10%
- กำไรจากการขายหน่วยลงทุน เช่น ซื้อกองทุนรวมมาในวันที่ 1 ราคา 10 บาท/หน่วย วันนี้มูลค่าหน่วยลงทุนราคา 15 บาทต่อหน่วย ถ้าเราขายก็จะได้กำไรจากส่วนต่างราคา 5 บาทต่อหน่วย แต่ถ้าวันนี้มูลค่าหน่วยลงทุนราคา 8 บาทต่อหน่วยแล้วเราขายก็จะขาดทุน
มูลค่าหน่วยลงทุน
NAV คือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน คำนวณจาก มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) = มูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด + ผลตอบแทน + เงินสด - ค่าใช้จ่าย เรามักจักเห็นมูลค่าของ NAV ต่อหน่วยของแต่ละกองทุน เช่นกองทุนนี้ NAV 10.1 บาทซึ่งคำนวณมาจาก มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) หารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนนั่นเองครับ โดยค่า NAV นี้จะบอกว่ากองทุนที่เราซื้อนั้นเติบโตหรือไม่ เช่น วันที่ซื้อกองทุนมูลค่า NAV ราคา 15 บาท/หน่วย แต่วันนี้มูลค่า NAV ราคา 20 บาท/หน่วย ซึ่งเพิ่มมา 5 บาทต่อหน่วย นั้นก็คือหน่วยลงทุนเติบโตขึ้น และถ้าเราขายก็จะได้กำไร หรือ วันที่ซื้อ NAV ราคา 15 บาท/หน่วย แต่วันนี้มูลค่า NAV ราคา 10 บาท/หน่วย ถ้าเราขายก็จะขาดทุน ซึ่ง NAV นอกจากจะใช้คำนวณว่าเรากองทุนเรามีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว ยังใช้เป็นราคาซื้อและขายของกองทุนอีกด้วย
ความเสี่ยงในการลงทุน
- ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk) กรณีที่ผู้ออกตราสารนี้จะไม่จ่ายเงินคืนให้กับผู้ลงทุนตามกำหนดที่แจ้งไว้ (ตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดย ออกโดยกระทรวงการคลัง มีความเสี่ยงประเภทนี้น้อยกว่าหุ้นกู้ที่ออกโดยเอกชน)
- ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) ตราสารหนี้เป็นตราสารที่จ่ายดอกเบี้ยให้แน่นอน แต่ถ้าดอกเบี้ยของธนาคารเปลี่ยนแปลงราคาของตราสารหนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยในทิศทางตรงกันข้าม
- ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk) คือไม่สามารถขายตราสารหนี้ในราคาและเวลาที่ต้องการได้
- ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดโดยรวม (Market Risk) คือความผันผวนของราคาหุ้นจากสถานการณ์ต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเมือง
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนกรณีเป็นการลงทุนต่างประเทศ (Foreign Exchange Risk) จะเกิดขึ้นกับกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ เพราะเมื่อค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงก็ส่งผลให้ หลักทรัพย์ต่าง ๆ ลงทุนมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
กองทุนรวมในแบบประกันชีวิตควบการลงทุน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากทำประกันชีวิตเพื่อเป็นมรดกไว้ให้คนที่รัก อยากทำประกันสะสมทรัพย์ไว้เพื่อออมเงินหรือลงทุน แต่ประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์แบบเดิมๆ อาจจะได้ผลตอบแทนไม่ตรงกับที่ต้องการและอยากลงทุนในกองทุนรวมควบคู่ไปด้วย สามารถความคุ้มครองแบบใหม่ที่ได้ทั้งประกันชีวิตและการวางแผนการลงทุนในกองทุนรวม จากแบบประกันชีวิตควบการลงทุนของเมืองไทยประกันชีวิต โดยมีกองทุนรวมทุกประเภทกว่า 50 กองทุน
รวมซีรีย์บทความการลงทุน
- การลงทุนคืออะไร | ซีรี่ย์การลงทุน EP.1
- ตราสารทางการเงิน | ซีรีย์การลงทุน EP.2
- ตราสารหนี้ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.3
- ตราสารทุนและหุ้นสามัญ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.4
- หุ้นบุริมสิทธิ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.5
- กองทุนรวม | ซีรี่ย์การลงทุน EP.6
- 3 เทคนิคลงทุน | ซีรี่ย์การลงทุน EP.7
- การลงทุนแบบ DCA | ซีรี่ย์การลงทุน EP.8