ตราสารนี้เป็นตราสารทางการเงินที่ผู้ออกตราสารนี้ (ผู้ขอกู้) ให้กับผู้ถือ(ผู้ซื้อ)เรียกว่าเจ้าหนี้ โดยผู้ออกตราสารหนี้จะจ่ายดอกเบี้ยให้เป็นผลตอบแทน

ผู้ถือตราสารหนี้มีสิทธิเรียกร้องสินทรัพย์ของกิจการที่เราถือได้เมื่อมีการเลิกกิจการ โดยแบ่งเป็น ตราสารหนี้ระยะสั้น (ตราสารหนี้ในตลาดเงิน) และตราสารหนี้ระยะยาว

ตราสารหนี้ระยะสั้น (ตราสารหนี้ในตลาดเงิน)
– มีอายุไถ่ถอนไม่เกิน 1 ปี
– มีสถาพคล่องสูง ขายคืนง่าย
– ผู้ออกตราสารมีฐานะทางการเงินดี
– มีความผันผวนไม่รุนแรง

ตัวอย่างตราสารหนี้ระยะสั้น
– ตั๋วเงินคลัง
– บัตรเงินฝากที่เปลี่ยนมือได้
– ตั๋วพาณิชย์ เช่น ตั๋วสัญญาใช้เงิน, ตั๋วแลกเงิน

ตราสารหนี้ระยะยาว
– มีอายุมากกว่า 1 ปี
– มีการระบะชื่อผู้ออก, ราคาตรา, วันครบกำหนดไถ่ถอน, อัตราดอกเบี้ย, งวดการจ่ายดอกเบี้ย

ตัวอย่างตราสารหนี้ระยะยาว
ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลเรียกว่า พันธบัตร มีความเสี่ยงต่ำเพราะผู้ออกคือรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ เช่น
– พันธบัตรรัฐบาล เช่น พันธบัตรเพื่อการลงทุน, พันธบัตรเพื่อการกู้ยืม, พันธบัตรออมทรัพย์
– พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ มีแบบที่กระทรวงการคลังค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน
– พันธบัตรภาครัฐอื่นๆ เช่น พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

ตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชนเรียกว่า หุ้นกู้ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร เนื่องจากมีความเสี่ยงในด้านผู้ออกมากกว่า ตัวอย่างเช่น
– หุ้นกู้ด้อยสิทธิและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ
– หุ้นกู้มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน

รวมซีรีย์บทความการลงทุน