สวัสดีครับทุกคน สำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ เรามักจะมีรายได้ที่ไม่คงที่เหมือนอาชีพที่ทำงานรับเงินเดือนประจำ บางเดือนได้เยอะมาก บางเดือนได้น้อย ฉะนั้น ควรจะต้องมีการวางแผนการออมและดูแลสุขภาพเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ เนื่องจากกลุ่มอาชีพอิสระจะไม่มีสวัสดิการที่จะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องของสุขภาพเหมือนอย่างพนักงานประจำ ถ้าไม่มีการบริหารความเสี่ยงและวางแผนกาเงินอย่างเหมาะสม ในช่วงที่สามารถหารายได้อย่างเพียงพอแล้ว หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล ก็อาจจะต้องใช้เงินที่เก็บออมไว้มาใช้จ่ายเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

เป็นฟรีแลนซ์ต้องรู้จักบริหารจัดการความเสี่ยง

สำหรับปัจจัยที่จะมากระทบต่อเงินออมของกลุ่มอาชีพอิสระคือ
1.ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม เพราะบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทำให้ไม่มีรายได้
2.ค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งจะไม่ว่าจะกรณีใด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กลุ่มอาชีพอิสระจะขาดรายได้ทันที หากไม่มีเงินสำรองก็จะกระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำทันที เช่น เคยมีรายได้วันละ 5,000 บาท เมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลเท่ากับรายได้หายไปวันละ 5,000 บาททันที

ดังนั้นสิ่งที่กลุ่มอาชะอิสระ ควรจะทำเพิ่มเติมนอกจากการออมเงินและประกันสุขภาพ คือการทำประกันที่มีเงินชดเชยรายได้ต่อวันด้วย เพื่อไม่ให้รายได้ต่อวันหายไป

เนื่องจากกลุ่มอาชีพอิสระ จะไม่มีสวัสดิการมาช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายหากเดินเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ จนต้องเข้าพักรักษาตัวในโณงพยาบาล ดังนั้น จึงคควรที่จะทำประกันสุขภาพเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเฉลี่ย 8-10% โดยควรเลือกวงเงินความคุ้มครองให้เหมาะสมตามกำลังซื้อของแต่ละคน เช่น เลือกค่าห้องในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายเพื่อให้ครอบคลุ่มค่ารักษาพยาบาลให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ค่ารักษาพยาบาลแบบ IPD จะมีความจำเป็นและต้องมีไว้ เพื่อลดผลกระทบในการต้องไปดึงเงินเก็บมาใช้จ่าย แต่ก็ควรเลือกทำประกันสุขภาพในวงเงินที่เหมาะสมตามกำลังซื้อด้วย

รายได้น้อยแต่สร้างความคุ้มครองได้

ตัวอย่างอย่างอาชีพอิสระ ที่เริ่มต้นทำงานและยังไม่สามารถสร้างรายได้ที่มากพอที่จะเลือกซื้อประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองวงเงินสูง ก็สามารถเลือกวงเงินที่ต่ำเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงไว้บางส่วนก่อน หลังจากทำงานไประยะหนึ่ง จนสามารถสร้างรายได้ที่มากพอ แนะนำว่าควรจะเลือกวงเงินความคุ้มครองเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมกับความเสี่ยงที่อาจะเกิดขึ้นให้เพียงพอ

สิ่งสำคัญในการเลือกความคุ้มครองคือ ต้องไม่เกินกำลังซื้อที่มีอยู่โดยในส่วนของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มีแบบประกันสุขภาพเหมาจ่ายเอ็กซ์ตร้าหรือแผนประกันสุขภาพ D Health ที่จะเข้ามาช่วยกลุ่มอาชีพอิสระในการวางแผนกเรื่องสุขภาพได้ โดบชำระเบี้ยประกันเริ่มต้น 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อความครอบคลุมความคุ้มครองสุขภาพได้

ฟรีแลนซ์สมัยใหม่ต้องรู้จักการลงทุน

นอกจากการวางแผนการเงินเพื่อดูแลค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพแล้ว การเก็บออมสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระก็มีความจำเป็นด้วย โดยในช่วงที่สามารถสร้างได้ควรจะต้องมีการเก็บออมเงินไว้ด้วย โดยอาจจะเก็บออมผ่านแบบประกันสะสมทรัพย์ซึ่งเป็นการออมเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว โดยสามารถเริ่มต้นที่เบี้ยขั้นต่ำ 18,500 บาทต่อปีเพื่อเก็บออมเงินไว้ใช้ยามจำเป็น

นอกจากนี้ การทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพยังสามารถนำเบี้ยประกันไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 แสนบาท ประกันบำนาญใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 2 แสนบาท ประกันสุขภาพสูงสุด 25,000 บาท เมื่อรวมกับประกันชีวิตและต้องไม่เกิน 1 แสนบาท

ลงทุนก็ได้ ความคุ้มครองก็มีกับแบบประกันยูนิตลิ้งค์

นอกจากนี้ กลุ่มอาชีพอิสระ ยังสามารถลงทุนผ่านแบบประกันควยการลงทุนหรือยูนิตลิ้งค์เพื่อสร้างผลตอบแทนำโดยสามารถเลือกกองทุนที่ต้องการเข้าไปลงทุนได้ด้วยตนเอง นั้นเป็นหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่จะบริการกองทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดี ส่วนบริษัทประกันชีวิตจะให้ความคุ้มครองชีวิตจากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทประกันมีแบบประกันยูนิตลิ้งค์ที่ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครอชีวิตและสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ต้องการแล้ว รวมถึงช่วยวางแผนเกษียณอย่างมีความสุขได้

ขอบคุณข้อมูลจาก
นางสาวจิตต์เกษม สุรธรรมมานันท์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
สัมภาษณ์กับหนังสือการเงินธนาคาร
ฉบับเดือนตุลาคม 2563

===============

ติดตามช่องทางอื่นของเรา

Facebook Money and Insurance
Line
 : https://lin.ee/cAyHd1Q
Website www.mtl-insure.com
IG : www.instragram.com/mtl_insure
Group : www.facebook.com/groups/190206858958713