หลายคนคงรู้ว่าปัจจุบันนี้การฝากเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยให้เงินงอกเงยแล้ว เพราะดอกเบี้ยที่ได้มันน้อยมาก ดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์แทบไม่ถึง 0.5% ดอกเบี้ยฝากประจำหรือบัญชีพิเศษอาจจะได้สัก 1.5% แต่ก็ยังไม่พอกับเงินเฟ้อในแต่ละปี แปลว่าถ้าเราฝากเงินทิ้งไว้ในธนาคารแม้จะได้ดอกเบี้ย แต่เงินก็มีมูลค่าลดลงอยู่ดี

วันนี้ผมอยากจะมาบอกทุกคนว่านอกจากฝากเงินไว้ในธนาคารแล้วยังมีการลงทุนประเภทอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่เรียกว่า “ตราสารทางการเงิน”

ตราสารทางการเงินคือการลงทุนรูปแบบหนึ่งประกอบด้วย ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุนรวม ซึ่งมีความเสี่ยงที่ต่างกันและได้ผลตอบแทนต่างกันด้วย ก่อนที่เราเราจะลงทุนในตราสารประเภทไหนต้องทำแบบทดสอบวัดระดับความเสี่ยงที่รับได้ก่อนนะครับ เพื่อจะได้รู้ว่าตราสารไหนเหมาะกับเรา

ตราสารหนี้

ตราสารที่แสดงความเป็นเจ้าของ โดยผู้ออกตราสารหนี้หรือผู้ขอกู้ และผู้ซื้อหรือเจ้าหนี้ เช่น เราไปซื้อตราสารหนี้ของบริษัท A เราเป็นเจ้าหนี้ บริษัท A เป็นผู้กู้

ตราสารหนี้แบ่งตามผู้ออก
1. ตราสารหนี้ที่ของโดยหน่วยงานของรัฐเรียกว่า ตั๋วเงินคลังและพันธบัตร ออกโดยกระทรวงการคลัง

2. ตราสารหนี้ออกโดย รัฐวิสาหกิจ เรียกว่า ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย

3. ตราสารหนี้ออกโดยเอกชน เรียกว่าหุ้นกู้ เรามักจะได้ยอนตามข่าวว่า บริษัท…ออกหุ้นกู้จำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป

__________________________

ตราสารทุน

ตราสารที่ผู้ออกต้องการระดมทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ซื้อหรือผู้ถือจะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วมกับกิจการนั้นๆ มีส่วนได้ ส่วนเสียเมื่อกิจการได้หรือเสียประโยชน์ ประกอบด้วย
1. หุ้นสามัญ ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อให้ประชาชนหรือคนทั่วไปมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ มีสิทธิ์ร่วมลงคะแนนเสียง โดยสิ่งที่ได้ตอบแทนเรียกว่าเงินปันผล

2. ใบสำคัญแสดงสิทธิ คือเอกสารการจองสิทธิซื้อหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หรือตราสารอนุพันธ์ ในราคาตามใบจองสิทธิ

3. ใบคำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ คือตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อ หรือขายหลักขอ้างอิง เช่น หุ้น โดยใช้สิทธิตามระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยบริษัทผู้ออกเป็นผู้กำหนด

กองทุนรวม

กองทุนที่ระดมเงินจากผู้ลงทุนไปลงทุน ผู้ลงทุนจะได้สิ่งที่เรียกว่า หน่วยลงทุน โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเป็นผู้ดูและบริหารจัดการ เมื่อได้กำไรก็จะเอามาแบ่งให้คืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน

กองทุนรวมแบ่งตามเงื่อนไขการขาย

  1. กองทุนเปิด คือกองทุนที่ให้ซื้อขายได้ทุกวันที่เปิดทำการตามที่เราต้องการโดยสามารถซื้อขายออนไลน์ผ่าน บลจ. หรือตลาดหลักทรัพย์ก็ได้
  2. กองทุนปิด คือกองทุนที่เปิดขายครั้งแรกเท่านั้นและจะขายคืนได้ก็ต่อเมื่อครบกำหนดของโครงการ

แบ่งตามนโยบายการลงทุน

  1. กองทุนรวมตลาดเงิน เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคารหรือตราสารหนี้ มีสภาพคล่องสูง สามารถขายคืนได้ภายใน 1-2 วัน และมีความเสี่ยงต่ำ
  2. กองทุนรวมตราสารหนี้ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ (นำเงินที่ระดมได้ไปลงทุนในตราสารหนี้ที่พูดถึงด้านบนแต่เป็นการกระจายในหลายๆ ตัว) เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย
  3. กองทุนรวมตราสารทุน เน้นลงทุนในตราสารทุน (นำเงินที่ระดมได้ไปลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นของหลายๆบริษัท) เมื่อได้กำไรก็จะนำมาแบ่งให้กับผู้ถือเรียกว่าเงินปันผล โดยเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง
  4. กองทุนรวมผสม เป็นการผสมระหว่างตราสารหนี้และตราสารทุน โดยกองทุนจะจะบุว่าลงทุนในตราสารแต่ละประเภทสัดส่วนเท่าไหร่เพื่อกระจายการลงทุน ผลตอบแทนที่ได้ก็จะขึ้นอยู่กับตราสารที่ลงทุน
  5. กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ คือการระดมเงินจากการขายหน่วยลงทุนแล้วไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงตามเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่อาจจะมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินและความเสี่ยงอื่นๆของประเทศนั่นๆ
  6. กองทุน SSF หรือ RMF เป็นกองทุนพิเศษที่ลงทุนทั้งในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยผู้ลงทุนสามารถนำใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

อ่านกองทุน SSF และ RMF เพิ่มเติม
www.mtl-insure.com/article/กองทุนลดหย่อนภาษีปี-2563/

เป็นยังไงกันบ้างครับเนื้อหาตราสารประเภทต่างๆ มีใครที่เพิ่งรู้จักตราสารพวกนี้หรือใครที่ลงทุนในตราสารพวกนี้มาก่อนแล้วบ้าง ตอนนี้ผลตอบแทนเป็นยังไงกันบ้างครับ

รู้แบบนี้แล้วลองเปลี่ยนจากฝากเงินทิ้งไว้ในธนาคารมาเป็นลงทุนในตราสารต่างๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ควรจะได้กันนะครับ เพราะตราสารประเภทต่างๆมีให้เลือกลงทุนเยอะมากที่สำคัญอย่าลืมทำแบบทดสอบก่อนว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน

รวมซีรีย์บทความการลงทุน

===============

ติดตามช่องทางอื่นของเรา

Facebook Money and Insurance
Line
 : https://lin.ee/cAyHd1Q
Website www.mtl-insure.com
IG : www.instragram.com/mtl_insure
Group : www.facebook.com/groups/190206858958713