หุ้นบุริมสิทธิ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.5

จากบทความเรื่อง หุ้นสามัญ ยังมีหุ้นอีกหนึ่งประเภทที่จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันแต่อาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างต่างกัน วันนี้จะพามารู้จักกับอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “หุ้นบุริมสิทธิ” ครับ หุ้นบุริมสิทธิ เป็นหลักทรัพย์แสดงความเป็นเจ้าของร่วมเหมือนกับหุ้นสามัญ แต่ต่างกันตรงผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิ จะได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญและอัตราคงที่ สิทธิของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ มีความเป็นเจ้าของเช่นเดียวกับหุ้นสามัญ แต่ไม่มีสิทธิในการบริหารจัดการ ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลก่อน ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราคงที่ กรณีธุรกิจเลิกกิจการจะมีสิทธิในทรัพย์สินหลังจากเจ้าหนี้แต่ได้ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ หุ้นสามัญมีสิทธิลงคะแนนเสียงแต่หุ้นบุริมสิทธิ ไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียง ประเภทของหุ้นบุริมสิทธิ สะสมและไม่สะสมเงินปันผล เนื่องจากหุ้นบุริมสิทธิขึ้นอยุ่กับผู้บริหารว่าจะจ่ายหรือไม่จ่ายเงินปันผลต่างกับการจ่ายดอกเบี้ย ถ้าหากไม่มีการจ่ายเงินปันผลก็จะสะสมมูลค่าไปเรื่อยๆ ทำให้มูลค่าของบริษัทหรือหน่วยลงทุนเติบโตขึ้น ไถ่ถอนคืนและไม่สามารถไถ่ถอนคืน กรณีที่บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนของผู้ถือหุ้น บริษัทสามารถเลือกออก หุ้นบุริมสิทธิชนิดไถ่ถอนคืน เพื่อที่จะสามารถเรียกคืนจากผู้ถือหุ้นได้ในอนาคต ร่วมรับและไม่ร่วมรับ หุ้นบุริมสิทธิชนิดร่วมรับคือมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลเพิ่มเติมตามที่กำหนดไว้ หุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่ร่วมรับคือ ไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามอัตราที่กำหนดไว้ แปลงสภาพได้และแปลงสถาพไม่ได้ หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพได้คือสามารถแปลงเป็นหุ้นสมัญได้ส่วน หุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพไม่ได้ก็เหมือนหุ้นบุริมสิทธิทั่วไปประ รวมซีรีย์บทความการลงทุน การลงทุนคืออะไร | ซีรี่ย์การลงทุน EP.1 ตราสารทางการเงิน | ซีรีย์การลงทุน EP.2 ตราสารหนี้ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.3 ตราสารทุนและหุ้นสามัญ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.4 หุ้นบุริมสิทธิ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.5 […]

ตราสารทุนและหุ้นสามัญ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.4

ตราสารทุนเป็นตราสารที่ผู้ออกต้องการระดมทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ซื้อหรือผู้ถือ มีสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วม กับกิจการนั้นๆ มีส่วนได้ ส่วนเสียเมื่อกิจการได้หรือเสียประโยชน์ และได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลโดยเงินปันผล ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10% ส่วนกำไรที่ได้จากการขาย กรณีที่ส่วนต่างราคาขายสูงกว่าราคาซื้อ (Capital Gain) ไม่ต้องเสียภาษี ประเภทตราสารทุน หุ้นสามัญ (Common Stock) ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อให้ประชาชนหรือคนทั่วไปมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ มีสิทธิ์ร่วมลงคะแนนเสียง โดยสิ่งที่ได้ตอบแทนเรียกว่าเงินปันผลจากกำไรที่ได้การการดำเนินการของบริษัท มีตัวอย่างหุ้นสามัญประเภทต่างๆ ดังนี้ Blue Ship คือหุ้นที่มีขนาดใหญ่ มีความน่าเชื่อถือ ก่อตั้งมานานแล้วและมีอัตราผลตอบแทนที่ไม่ผันผวน เช่น หุ้นบริษัทขนาดใหญ่ใน SET50 ซึ่งเป็นหุ้นที่มีความมั่นคง มีสถานการณ์การเงินที่แข็งเกร่ง Growth Stock หุ้นของบริษัที่อยู่ในช่วงเติบโต มียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตลาดยังไม่อิ่มตัว Value Stock หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าตลาดหรือประเภทอุตสาหกรรมเดียวกัน เหมาะกับการลงทุนระยะยาว หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “หุ้นดี ราคาถูก” Income Stock หุ้นของบริษัทที่มีรายได้และกำไรสม่ำเสมอ มีการจ่ายเงินปันผลสูง อาจะเรียกว่า “หุ้นปันผล” เหมาะกับการลงทุนเพื่อไว้รับผลตอบแทน Defensve Stock […]

ตราสารหนี้ | ซีรี่ย์การลงทุน EP.3

ตราสารที่แสดงความ เป็นเจ้าหนี้ โดย “ผู้ออกตราสารหนี้หรือผู้ขอกู้” และ” ผู้ซื้อหรือเจ้าหนี้” เช่น เราไปซื้อตราสารหนี้ของบริษัท A เราเป็นเจ้าหนี้ บริษัท A เป็นผู้กู้  โดยผู้ออกตราสารหนี้จะจ่ายดอกเบี้ยให้เป็นผลตอบแทน ผู้ถือตราสารหนี้มีสิทธิเรียกร้องสินทรัพย์ของกิจการที่เราถือได้เมื่อมีการเลิกกิจการ โดยแบ่งเป็น ตราสารหนี้ระยะสั้น (ตราสารหนี้ในตลาดเงิน) ตราสารหนี้แบ่งตามผู้ออก ดังนี้ ตราสารหนี้ออกโดย รัฐบาล เรียกว่า ตั๋วเงินคลังเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี และพันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ออกโดยกระทรวงการคลัง ตราสารหนี้ออกโดย รัฐวิสาหกิจ เรียกว่า ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ตราสารหนี้ออกโดย เอกชน เรียกว่าหุ้นกู้ เรามักจะได้ยอนตามข่าวว่า บริษัท ปตท. ออกหุ้นกู้ OR จำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป ตราสารหนี้แบ่งตามสิทธิเรียกร้อง (เรียงจากสูงลงไปต่ำ) ดังนี้ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond) หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Junior Bond) […]

ตราสารทางการเงิน | ซีรีย์การลงทุน EP.2

หลายคนคงรู้ว่าปัจจุบันนี้การฝากเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยให้เงินงอกเงยแล้ว เพราะดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันนั้นน้อยมากที่สำคัญน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อด้วย ดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.25-1.5% และ ดอกเบี้ยฝากประจำหรือบัญชีพิเศษอยู่ที่ประมาณ 2.0% แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าเงินเฟ้อในแต่ละปี นั่นแปลว่าถ้าเราฝากเงินทิ้งไว้ในธนาคารแม้จะได้ดอกเบี้ย แต่เงินก็มีมูลค่าลดลงอยู่ดี วันนี้ผมจะมาแนะนำตราสารทางการเงินซึ่งเป็นช่องทางการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารให้เป็นไอเดียกับคนที่สนใจลงทุน ซึ่งตราสารทางการเงินคือการลงทุนรูปแบบหนึ่งประกอบด้วย ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุนรวม ฯลฯ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ต่างกันและได้ผลตอบแทนต่างกันด้วย ก่อนที่เราเราจะลงทุนในตราสารแบบไหนอยากลืมศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ ตราสารหนี้ ตราสารที่แสดงความ เป็นเจ้าของ โดยผู้ออกตราสารหนี้หรือผู้ขอกู้และผู้ซื้อหรือเจ้าหนี้ เช่น เราไปซื้อตราสารหนี้ของบริษัท A เราเป็นเจ้าหนี้ บริษัท A เป็นผู้กู้ ตัวอย่างตราสารหนี้แบ่งตามผู้ออก ดังนี้ ตราสารหนี้ออกโดย รัฐบาล เรียกว่า ตั๋วเงินคลังเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี และพันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ออกโดยกระทรวงการคลัง ตราสารหนี้ออกโดย รัฐวิสาหกิจ เรียกว่า ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ตราสารหนี้ออกโดย เอกชน เรียกว่าหุ้นกู้ เรามักจะได้ยอนตามข่าวว่า บริษัท ปตท. ออกหุ้นกู้ […]

เปลี่ยนวงจรการเงินที่อุบาทว์เป็นวงจรที่สดใส

ถ้าถามว่าเป้าหมายการทำงานของทุกคนในวันนี้คืออะไร ส่วนใหญ่คงตอบว่าทำงานเพื่อให้ได้เงิน ตามที่ต้ิงการซึ่งเป้าหมายการใช้เงินของทุกคนก็คงแตกต่างกันออกไป และความฝันสูงสุดของทุกคนคือการมีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงานใช่ไหมครับ พูดถึงการหาเงินและการใช้เงินทำให้ผมนึกถึงวงจรอุบาทว์ที่ตัวเองเคยเจอมาก่อน และคิดว่าทุกคนก็น่าจะเคยเจอเหมือนกัน เราทำงานกันทุกวันนี้เพื่อให้ได้เงินมาเพื่อใช้จ่ายเพื่อซื้อสิ่งที่เราอยากได้กันใช่ไหมครับ บางเดือนใช้ไม่พอ บางเดือนเหลือ บางเดือนขาด วนเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะมันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ สุดท้ายความฝันที่ว่า มีอิสระภาพทางการเงิน ( การมีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงาน) ก็ไม่เป็นจริงสักที เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเพราะขาดการวางแผนการเงินที่ดี ไม่รู้รายรับ รายจ่าย ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว รูรั่วของเงินที่หายไปคืออะไร วันนี้จะขอยกตัวอย่างรูรั่วของเงินในกระเป๋าที่ทำให้ความฝันของเราไม่เป็นจริงสักที นั่นก็คือวงจรอุบาทว์ของการทำงานหาเงิน พอได้เงินมาก็หมดแล้วก็เริ่มหาใหม่ เราทุกคนล้วนมีที่ท่องเที่ยวในฝัน บางคนเที่ยวในประเทศ บางคนเทียวต่างประเทศ บางคนเที่ยวรอบโลก ความฝันที่จะเป็นจริงได้ก็คือต้องมีเงิน และเงินที่จะได้ก็มาจากการทำงาน ทุกคนทำงานแบ่งเงินเก็บไว้สำหรับเที่ยว นั่นคือความฝันอันสวยหรู แต่ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถเสีย เครื่องซักผ้าพังหรือเราเจ็บป่วย ก็ต้องเอาเงินเก็บที่มีออกมาใช้จนหมด อดไปเที่ยว ต้องไปเริ่มทำงาน เก็บเงินใหม่เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ เหตุผลที่ยกตัวอย่างของการเจ็บป่วย เพราะมันคือความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคน และเป็นความเสี่ยงที่มีค่าใช้จ่ายแบบประเมินไม่ได้ บางครั้งอาจจะป่วยเบาหมดค่ารักษาหลักหมื่อนหรืออาจจจะป่วยหนักหมดค่ารักษาหลักแสน แล้วเราจะจัดการกับปัญหานี้ยังไงละ คำตอบก็คือ แบ่งเงินเก็บบางส่วนมาทำประกันสุขภาพยังไงละครับ เมื่อเรามีประกันสุขภาพ หากเจ็บป่วยเราก็มีเงินที่ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โดยที่ไม่ต้องนำเงินเก็บมาใช้ ถ้าความสามารถในการจ่ายเบี้ยไม่สูงได้ค่ารักษาไม่เยอะ หากเจ็บป่วยหนักค่ารักษาไม่เพียงพอก็ถือว่าช่วยแบ่งเบาค่ารักษาที่เราต้องจ่ายไปได้บางส่วนซึ่งยังดีกว่าที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับหลายคนที่คิดว่าสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย ไม่มีความจำเป็นว่าต้องมีประกันสุขภาพ […]

1 29 30 31 32 33 58