แคร์ พลัส (Care Plus) | ค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรัง

  อายุรับประกันภัย : 30 วัน – 80 ปี   ระยะเวลาคุ้มครอง : ถึงอายุ 99 ปี   ระยะเวลาชำระเบี้ย : ชำระเบี้ยได้ถึงอายุ 98 ปี   เงื่อนไข : ต้องมีสัญญาหลักก่อน (ดูสัญญาหลัก) แคร์ พลัส (Care Plus) สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่จะมาช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับโรคมะเร็งและการล้างไต โดยแผนนี้จะช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังทุกระยะ เข้าถึงนวัตกรรมการรักษาสมัยใหม่สำหรับการรักษาโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรัง และยังเสริมความคุ้มครองการบำบัดรักษาโรคทางจิตเวช จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกสูงสุด 5 ล้านบาทต่อปี ต่างจากสัญญาเพิ่มเติมโรคมะเร็งหรือโรคร้ายแรงที่จ่ายเป็นเงินก้อนตามเงื่อนไขของสัญญาตามทุนประกันชีวิตไว้ หรือที่หลายคสเรียกว่า “เจอ จ่าย จบ”   แผนนี้คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังทุกระยะ ทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ครอบคลุมท้ังค่าหมอ ค่ายา ค่าผ่าตัด ค่ากายภาพบําบัด การตรวจวินิจฉัยขั้นสูง CT Scan, MRI, PET และ Gait scans เสริมความคุ้มครองการบําบัดรักษาโรคทางจิตเวช […]

ทำไมต้องทำประกันบำนาญ?

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติบอกบอกว่าปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและนั่นหมายความว่า จำนวนประชากรของคนสูงอายุมากขึ้นแต่คนวัยทำงานน้อยลง และคนวัยทำงานรุ่นใหม่แต่งงานและมีลูกน้อยลงด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากขึ้นโดยเฉพาะการวางแผนเก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่หรือตอนเกษียณเพราะการรอพึ่งพาเงินผู้สูงอาหารจากรัฐบาลกับเงินประกับสังคมอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของประกันแบบบำนนาญ ซึ่งประกันแบบบำนาญ ไม่ใช่แค่การทำเพื่อการเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณเท่านั่น แต่ยังใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย เนื่องจากรัฐบาลอยากส่งเสริมให้คนออมเงิน และเก็บเงินไ้ว้ใช้ตอนแก่ ประกันบำนาญเหมาะกับใครบ้าง? คนที่ต้องการออมเงินไว้ใช้ตอนหลังเกษียณ คนที่รับความเสี่ยงในการลงทุนได้น้อยกว่าการลงทุนอื่นๆ คนที่ต้องการแผนการออมเงินที่มีการการันตีเงินคืนชัดเจน คนที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ทำไมต้องเป็นประกันบำนาญ? บางคนอาจจะมีประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใช้ไว้ใช้หลังเกษียณแต่เงินก้อนนั้นอาจจะไม่พอต่อการใช้จ่ายที่จะมากขึ้นในอนาคต การทำประกันบำนาญไว้จะเป็นอีกตัวเช่นหนึ่ง ที่จะมาซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายให้เรา ซึ่งประกันบำนาญสามารถเลือกรับเป็นรายปีก้อนเดียว หรือรับเป็ยรายเดือนทุกๆ เดือนก็ได้ มีรายได้หลายช่องทางยังดีกว่าข่องทางเดียวครับ ประกันแบบบำนาญ เอาไปลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 200,000 บาทหรือไม่เกิน 15% ของเงินได้ นอกจากจะเป็นการเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณแล้ว ยังได้ภาษีคืนอีกด้วยครับ ประกันแบบบำนาญให้ผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนแบบอื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% แต่ก็การันตีผลตอบแทนที่แต่นอน และยังเห็นตัวเลขเงินบำนาญที่ได้รับชัดเจนในแต่ละปีตามตารางเรียนผลประโยชน์ ประกันแบบบำนาญมีความคุ้มครองชีวิตสูงหากเสียชีวิตก่อนรับบำนาญ ผู้รับประโยชน์ยังจะได้เงินก้อนจากความคุ้มครองไป หากเสียชีวิตหลังเริ่มรับบำนาญยังมีการกรันตีเงินบำนาญและความความคุ้มค่องที่จะได้รับ ควรทำประกันแบบแบบบำนาญไหม? นอกจากประกันบำนาญแล้วยังมีผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆที่ ช่วยในเรื่องวางแผนเกษียณและลดหย่อนภาษีเช่น กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม RMF ซึ่งก็มีทั้งข้อดี ข้อด้อย ถ้าใครที่ต้องการวางแผนสำหรับหารออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณและลดหย่อนภาษี แบบการันตีแน่นอนประกันแบบบำนาญก็ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะมีข้อดีหลายๆ อย่างที่ผมได้อธิบายไปด้านบน ทั้งนี้แล้วก็ต้องดูว่าแผนประกันนั้นตอบโจท์หรือไม่ ทั้งในเรื่องของระยะเวลาการจ่ายเบี้ย ภาษีที่ได้คืน ที่สำคัญต้องดูเป้าหมายของตัวเราเองด้วยแล้วค่อยเลือกผลิตภัณฑ์การเงินมาเป็นตัวช่วยวางแผน […]

สรุป 21 ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ “อยากรวยต้องคิดแบบที่คนรวยคิดก่อนที่เขาจะรวย”

สรุป 21 ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ “อยากรวยต้องคิดแบบที่คนรวยคิดก่อนที่เขาจะรวย” สิ่งที่กำหนดชีวิตเราและกีดขวางสิ่งที่เราสามารถมีได้หรือมีไม่ได้คือ ความคิดของเราเอง อย่ายอมให้โชคชะตามากำหนดชีวิตว่าเราควรมีหรือไม่ควรมีอะไร อยากรวยเริ่มจากลองเปลี่ยนวิธีคิดและความเชื่อ เพราะความคิดและความเชื่อจะเป็นตัวกำหนดการกระทำ ทำให้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา หยุดจินตนาการและลงมือทำ ให้หาว่าความรวยหรือความฝันหรือเป้าหมายที่ต้องการจริงๆ คืออะไร และหาวิธีการหรือแผนการที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง ไม่พอใจหรือพยายามยอมรับกับสิ่งที่มีอยู่ แต่พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่การพยายามอยากได้อยากมีจนเกิดความทุกข์แต่เชื่อว่าตัวเองสามารถมีมากกว่าที่มีอยู่ตอนนี้  ไม่บ่น ไม่สนใจปัญหาและความลำบาก ไม่โทษคนหรือสิ่งสิ่งแวดล้อม ไม่ยอมรับกับโชคชะตา แต่พยายามหาวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเอง เชื่อในกฏแรงดึงดูด เชื่อว่าถ้าเราคิดถึงสิ่งใด เราจะพยามยามและหาวิธีทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นให้ได้และจะดึงดูดคนที่คิดเหมือนกันเข้ามา  ไม่คิดว่าความรวยหรือความโชคดีเกิดจากโชคช่วย แต่จะพยาบามทุกทำอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีสิ่งใดได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะเงินทอง ทุกอย่างล้วนต้องลำบากและมีอุปสรรค มองถึงเป้าหมายระยะไกลมากกว่าเป้าหมายระยะสั้น และทำงานอย่างมีเป้าหมาย มองลึกลงไปว่างานนั้นได้เรียนรู้อะไรบ้างและจะเอาไปต่อยอดอะไรในอนาคตได้บ้าง ทำงานด้วยความทุ่มเท ทำงานอย่างหนักและทำแบบฉลาดด้วย คือรู้ว่างานไหนหรือที่ไหนที่ทำและจะเติบโต ถ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถและมีคุณค่า แต่ที่ทำงานนั้นไม่มีโอกาสให้ได้เติบโตก็ไปหางานใหม่ที่เหมาะสมดีกว่า พัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับเงินและงานที่ควรได้รับ ไม่นั้งรอโชคหรือโอกาสที่คนอื่นจะมอบให้แบบเริ่มจากการขวนขวายด้วยตัวเอง ไม่กลัวความผิดพลาด ไม่กลัวความล้มเหลว แต่กล้าที่จะลองทำ  ไม่เชื่อเรื่องความมั่นคงในชีวิตว่ามีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นงานที่มั่นคง สถานะการเงินที่มั่นคง เพราะทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงได้ วันนึงงานที่ทำอาจจะไม่ได้ทำเป็นที่ต้องการของตลาดหรือเงินที่มีอยู่หากใช้ไปเรื่อยๆ ก็อาจจะหมดได้ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างและมองความโอกาสต่างๆที่จะช่วยเหลือคนอื่น และขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเมื่อจำเป็น ยิ่งเริ่มทำสิ่งที่ต้องการตอนอายุน้อย หรือยังไม่มีภาระทางครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ มีโอกาสมากกว่า เพราะถ้าทำแล้วผิดพลาด […]

ทำประกันวันนี้ เริ่มคุ้มครองวันไหน?

วันที่เราเริ่มสมัครทำประกัน บริษัทจะได้ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-3 วัน (กรณีเป็นเคสปกติ ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ ไม่ได้ผ่าตัด รักษาโรคเรื้อรัง หรือเจ็บป่วยอะไรมากก่อน) วันที่ 1 บริษัทอนุมัติความคุ้มครอง นับเป็นวันแรกที่เริ่มคุ้มครอง ประกันที่จะคุ้มครองทันทีได้แก่ ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ วันที่ 30 จะเริ่มคุ้มครองสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ไข้หวัด ปวดหัว ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ฯลฯ สามารถใช้ได้เลย วันที่ 120 จะเริ่มคุ้มครองสำหรับโรคในกลุ่มที่มีอาการเรื้อรัง เช่น เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แฟ็กซ์เคลม vs สำรองจ่าย แฟ็กซ์เคลม คือ บริการของ รพ. ที่เรียกเก็บค่ารักษากับบริษัทประกัน โดยส่งเรื่องทั้งหมดเช่น ค่าใช้จ่าย ผลการรักษา ประวัติไปให้บริษัท แล้วบริษัทประกันก็จะจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาล สำรองจ่าย […]

3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน

ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มลงทุนอยากให้มารู้จัก 3 ข้อต่อไปนี้ซึ่งเป็น 3 ข้อที่มีความสำคัญและสัมพันธ์กันถ้าเรารู้และนำไปประยุกต์ใช้และวางแผนการลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง รับรองว่าการออมเงินให้ถึงเป้าที่ตั้งใจไว้ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน 1.รู้จักการเก็บเงินและการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ การลงทุน/เก็บเงินในสินทรัพย์ต่างๆ นั้นมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ฝากเงิน ประกันชีวิต สลากออมสิน/ธกส. พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ กองทุนรวม หุ้น ทองคำ น้ำมัน คริปโต ซึ่งการลงทุนในแต่ละแบบก็ล้วนให้ผลตอบแทนที่ต่างกันและมีความเสี่ยงที่ต่างกันด้วย การฝากเงินไว้ในธนาคารอาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่สูง และคนที่เลือกทางนี้ก็เพราะรับความเสี่ยงสูงมากไม่ได้ สบายใจกว่าเมื่อเห็นเงินต้นยังคงอยู่ บางคนเลือกลงทุนในหุ้นเพราะต้องการผลตอบแทนที่สูงซึ่งก็ต้องยอมรับในความผันผวนที่สูงขึ้น อาจจะมีขึ้นมีลง ถ้าเป็นการลงทุนในระยะยาวหรือกระจายการลงทุน มีความรู้เรื่องการลงทุนที่ดีก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงมากๆ มีสำนวนหนึ่งบอกไว้ว่า “การมีตะกร้าใส่ไข่ใบเดียว เมื่อตะกร้าตก ไข่ก็แตกหมด เช่นเดียวกับเงิน ถ้าเก็บเงินไว้ที่เดียวทั้งหมดก็มีความเสี่ยงเช่นกัน การฝากไว้กับธนาคารเกินความจำเป็นก็มีความเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น หรือนำเงินไปลงทุนในหุ้นทั้งหมดก็เสี่ยงต่อความผันผวน การกระจายเงินไว้ในหลากหลายสินทรัพย์จึงเป็นการทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยง” การลงทุนหรือเก็บเงินนั้นจึงมีให้เลือกหลากหลายตามความชอบ/ความเสี่ยง/ความรู้ ที่เราถนัดไม่มีผิดมีถูก ทั้งนี้ก็ต้องเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เรามีความรู้และเชื่อมั่นด้วย ไม่ใช่เห็นว่า สินทรัพย์นั้นผลตอบแทนสูงมากแต่เราไม่มีความรู้เลย พอเอาเงินไปลงทุนก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวเงินต้นหาย  2. รู้จักเป้าหมายการลงทุน เป้าหมายการลงทุนหรือเก็บเงิน จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เป้าหมายระยะสั้น เช่น 3-5 […]

1 2 3 53