ทำไมต้องทำประกันบำนาญ?

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติบอกบอกว่าปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและนั่นหมายความว่า จำนวนประชากรของคนสูงอายุมากขึ้นแต่คนวัยทำงานน้อยลง และคนวัยทำงานรุ่นใหม่แต่งงานและมีลูกน้อยลงด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากขึ้นโดยเฉพาะการวางแผนเก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่หรือตอนเกษียณเพราะการรอพึ่งพาเงินผู้สูงอาหารจากรัฐบาลกับเงินประกับสังคมอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของประกันแบบบำนนาญ ซึ่งประกันแบบบำนาญ ไม่ใช่แค่การทำเพื่อการเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณเท่านั่น แต่ยังใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย เนื่องจากรัฐบาลอยากส่งเสริมให้คนออมเงิน และเก็บเงินไ้ว้ใช้ตอนแก่ ประกันบำนาญเหมาะกับใครบ้าง? คนที่ต้องการออมเงินไว้ใช้ตอนหลังเกษียณ คนที่รับความเสี่ยงในการลงทุนได้น้อยกว่าการลงทุนอื่นๆ คนที่ต้องการแผนการออมเงินที่มีการการันตีเงินคืนชัดเจน คนที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ทำไมต้องเป็นประกันบำนาญ? บางคนอาจจะมีประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใช้ไว้ใช้หลังเกษียณแต่เงินก้อนนั้นอาจจะไม่พอต่อการใช้จ่ายที่จะมากขึ้นในอนาคต การทำประกันบำนาญไว้จะเป็นอีกตัวเช่นหนึ่ง ที่จะมาซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายให้เรา ซึ่งประกันบำนาญสามารถเลือกรับเป็นรายปีก้อนเดียว หรือรับเป็ยรายเดือนทุกๆ เดือนก็ได้ มีรายได้หลายช่องทางยังดีกว่าข่องทางเดียวครับ ประกันแบบบำนาญ เอาไปลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 200,000 บาทหรือไม่เกิน 15% ของเงินได้ นอกจากจะเป็นการเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณแล้ว ยังได้ภาษีคืนอีกด้วยครับ ประกันแบบบำนาญให้ผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนแบบอื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% แต่ก็การันตีผลตอบแทนที่แต่นอน และยังเห็นตัวเลขเงินบำนาญที่ได้รับชัดเจนในแต่ละปีตามตารางเรียนผลประโยชน์ ประกันแบบบำนาญมีความคุ้มครองชีวิตสูงหากเสียชีวิตก่อนรับบำนาญ ผู้รับประโยชน์ยังจะได้เงินก้อนจากความคุ้มครองไป หากเสียชีวิตหลังเริ่มรับบำนาญยังมีการกรันตีเงินบำนาญและความความคุ้มค่องที่จะได้รับ ควรทำประกันแบบแบบบำนาญไหม? นอกจากประกันบำนาญแล้วยังมีผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆที่ ช่วยในเรื่องวางแผนเกษียณและลดหย่อนภาษีเช่น กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม RMF ซึ่งก็มีทั้งข้อดี ข้อด้อย ถ้าใครที่ต้องการวางแผนสำหรับหารออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณและลดหย่อนภาษี แบบการันตีแน่นอนประกันแบบบำนาญก็ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะมีข้อดีหลายๆ อย่างที่ผมได้อธิบายไปด้านบน ทั้งนี้แล้วก็ต้องดูว่าแผนประกันนั้นตอบโจท์หรือไม่ ทั้งในเรื่องของระยะเวลาการจ่ายเบี้ย ภาษีที่ได้คืน ที่สำคัญต้องดูเป้าหมายของตัวเราเองด้วยแล้วค่อยเลือกผลิตภัณฑ์การเงินมาเป็นตัวช่วยวางแผน […]

อิสรภาพทางการเงินมีไปเพื่ออะไร

ทุกวันนี้ทุกคนก็ล้วนอยากมีอิสรภาพทางการเงินรวมถึงอู๋ด้วยที่อยากมีอิสรภาพทางการเงินมานานแล้วและก็ได้เริ่มสร้างอิสรภาพทางการเงินของตัวเองมา 2-3 ปีแล้ว แต่ว่าหลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่าอิสรภาพทางการเงินคืออะไร เราจะเริ่มต้นยังไง อู๋ได้มีโอกาสฟังคลิปของคุณกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ได้เล่าไว้เกี่ยวกับเรื่องอิสรภาพทางการเงิน อยากสรุปที่ฟังมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ อิสรภาพทางการเงินคืออะไร การใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากจะเป็นซึ่งมาตรฐานของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน โดยไม่ต้องทำงานหรือกังวลเรื่องของการใช้เงิน การจะมีอิสรภาพทางการเงินได้คือต้องมีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย โดยไม่ได้เกี่ยวกับคำว่ารวย แต่การมีเงินมากหรือเงินน้อยก็สามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยรายได้แบ่งเป็น 2 แบบคือ รายได้ที่ต้องทำงานเพื่อแลกกับเงิน (Active Income) เช่น ทำงานประจำ ฟรีแลนซ์ ธุรกิจส่วนตัว แต่ยังไงก็ต้องทำทุกวันไปเรื่อยๆ หยุดเมื่อไหร่ก็จะไม่มีรายได้ รายได้ที่เราไม่ต้องทำงาน (Passive Income) ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะเกิดขึ้นได้ก็มาจากการแบ่งเงินในส่วนรายได้ที่เราทำงาน แบ่งออกมาเก็บสะสมไว้หรือลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน เช่น ฝากไว้รับดอกเบี้ย ซื้อหุ้นโดยได้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า แต่บางสินทรัพย์อาจจะไม่ใช้การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนแบบ Passive Income เพราะต้องมีการติดตามผลทุกวัน มีการเก็งกำไร มีการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอ เช่น หุ้นเก็งกำไร ทองคำที่ซื้อๆขายๆ หรือ เหรียญดิจิตัล ฉะนั้นการจะมีรายได้แบบไม่ต้องทำงาน (Passive Income) […]

5 สิ่งต้องรู้สู่อิสรภาพทางการเงิน

การมีอิสรภาพทางการเงินก็เหมือนการเดินทางที่เราต้องอาศัยแผนที่เช้ามาช่วยเพื่อให้เดินทางไปถึงที่หมายได้ไวขึ้น การมีอิสรภาพทางการเงินก็เช่นกันก็ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและทิศทางที่ถูกต้อง โดยทุกคนควรจะต้องรู้ 5 สิ่งต่อไปนี้ 1. เป้าหมายต้องชัดเจน เป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกันและความต้องการการใช้เงินของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะทำงานราชการมา พอใช้กับรายได้ เงินบำนาญที่ได้รับหลังเกษียณ พอใจกับสวัสดิการการรักษาพยาบาลที่ได้รับหลังเกษียณ อาจจะไม่ต้องการเงินก้อนที่ได้ แต่สำหรับคนที่ทำงานเป็นพนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจหรือฟรีแลนซ์อาจจะไม่ได้มีเงินบำนาญแต่ยังจำเป็นที่ต้องมีเงินก้อนเพื่อใช้หลังเกษียณ ฉะนั้นจะต้องรู้ว่าเงินก้อนนั้นจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งเงินก้อนของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ตัวอย่างบทความการคำนวณเงินใช้หลังเกษียณที่ได้เคยเขียนไว้ (คลิ๊ก) 2. ขยันและประหยัด ขยันคือการทำงานที่สร้างรายได้ให้สม่ำเสมอหรือเกือบสม่ำเสมอ เช่น งานประจำ ธุรกิจส่วนตัว งานฟรีแลนซ์ หรือเป็นงานที่เราทำแล้วได้เงิน ที่สำคัญเมื่อหาเงินได้แล้วต้องประหยัดนำเงินก้อนที่ได้มาสะสมเพื่อสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย เนื่องจากในแต่ละปีเราอาจจะมีรายได้เพิ่มขึ้นทำให้เราอาจจะเผลอใช้ชีวิตหรือมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นได้ กลายเป็นว่าต้องสร้างหนี้ไปตลอด จึงควรกันเงินที่ได้จากการทำงานมาออมหรือลงทุนคิดเป็นเปอร์เซ็นเพื่อสามารถออมให้ได้มากขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในข้อ 1 3. ศึกษาสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ให้เราสม่ำเสมอ (Passive Income) Passive Income คือรายได้ที่จะเข้ามาโดยที่เราไม่ต้องทำงาน แต่ก่อนที่จะไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ควรมีความรู้และเข้าใจสินทรัพย์ประเภทนั้นๆ ด้วยและที่สำคัญคือต้องรู้ว่าสินทรัพย์นั้นๆเป็นสินทรัพย์ที่จะมีกระแสเงินสดรับในอนาคต เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า หรือไม่มีกระแสเงินสดรับแต่คิดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น เช่น ทองคำ นาฬิกา พระเครื่อง อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ 4. อดทนและมีวินัย […]

“เงินเฟ้อ” ต้องวางแผนการเงินอย่างไร?

ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้ มีเหตุการณ์โลกมากมายเปลี่ยนแปลงแบบรายวัน แม้กระทั่งเรื่องของ “เงินเฟ้อ” ในประเทศไทย ที่มีอัตราเฟ้อสูงที่สุดในรอบ 13 ปี ทำให้ราคาสินค้าและบริการต่างๆ ราคาปรับขึ้นส่งผลกระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่เพียงแค่นั้นยังสงผลกระทบกับเงินเก็บของเราด้วยเนื่องจากเงินเฟ้อที่ทำให้สินค้าและบริการราคาสูงขึ้น แต่เงินที่เราเก็บหรือลงทุนนั้นไม่สามารถให้ผลตอบแทนเท่ากับเงินเฟ้อได้ อยากรู้ว่าเงินเฟ้อส่งผลกระทบยังไงบ้าง อ่านต่อกันได้ที่นี่เลย หลายคนคงสงสัยว่าถ้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแบบนี้เราจะรับมือได้ยังไง ลองมาดูวิธีรับมือหรือการวางแผนการเงินในภาวะเงินเฟ้อกัน แผนที่ 1 แบ่งเงินบางส่วนฝากธนาคารแทนการเก็บเงินไว้ที่ตัว เพราะเงินเฟ้อ หมายถึง มีเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศมากเกินไป ทำให้สินค้าต่างๆ พากันขึ้นราคา ธนาคารอาจมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อดึงดูดให้คนหันมาฝากเงินเยอะขึ้น เพื่อให้เงินในระบบไม่เยอะเกินไป รวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันการกู้เงินไปลงทุนในระบบเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน แผนที่ 2 ต่อมาจากการฝากเงินบางส่วน การแบ่งใช้จ่ายอย่างประหยัดก็คือข้อสำคัญ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะไหน การประหยัดเงิน รู้จักการออม เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว เมื่อเกิดวิกฤตมีหลายคนที่ได้รับผลกระทบ หากเรามีเงินสำรอง จากการใช้จ่ายอย่างฉลาด ทำให้เราไม่ล้มไปกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ ถ้าใครที่มีการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้เห็นว่าในแต่ละเดือนนั้น เรามีการใช้จ่ายไปกับเรื่องอะไรบ้าง และค่าใช้จ่ายไหนที่สามารถปรับลดหรือตัดออกได้ แต่ถ้าใครยังไม่เคยทำบัญชีรายรับรายจ่ายก็อยากให้ลองเริ่มทำดูครับ แผนที่ 3 ซื้อของต่างๆที่จำเป็น เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อ ราคาข้าวของจะค่อยๆ ทยอยขึ้นราคา จนถึงจุดที่เรารู้สึกว่าของแพง สิ่งที่ช่วยเราได้นั้นคือการซื้อของใช้จำเป็นกักตุนไว้เมื่อของเหล่านั้นยังราคาปกติ อย่างน้ำมัน หรือข้าวสาร […]

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตัวช่วยออมเงินเพื่อการเกษียณ

ช่วงนี้เพื่อนๆ ที่ทำงานฟรีแลนซ์หรือพนักงานบริษัท ทักเข้ามาขอคำแนะนำในการวางแผนการออมเงินเยอะขึ้นกว่า พอได้สอบถามก็รู้ว่าที่ทำงานไม่ได้มีสวัสดิการการออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ จึงอยากหาตัวช่วยในการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ แต่ก่อนนะไปเลือกแผนการออม มาทำความรู้จักกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันก่อนดีกว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร? กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนของบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริม ให้พนักงานได้ออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณเรียกว่า “เงินสะสม” ซึ่งพนักงานเลือกสมัครหรือไม่เลือกสมัครก็ได้ แต่ถ้าเลือกสมัครก็จะมีสัดส่วนเงินสะสมให้เลือกว่าจะให้หักเงินจากเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ บริษัทหรือนายจ้างก็จะสมทบให้เท่ากับที่เราหักหรือมากกว่าเรียกว่า “เงินสมทบ” เงินก้อนที่หักไปไม่ได้ทิ้งไว้เฉยๆ แต่จะมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) คอยบริหารเงินให้ เพื่อนๆที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะสังเกตว่าตอนสมัครจะมีให้เราเลือกสัดส่วนการลงทุนตามแผนที่บริษัทจัดให้ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปสูง ส่วนเงินสมทบจากบริษัทหรือนายจ้างก็สมทบให้ก็จะลงทุนตามแบบที่เราเลือกเช่นกัน ในทุกๆ เดือนหรือทุก 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับบริษัท) ก็จะมีเอกสารสรุปผลการดำเนินการของกองทุนมาให้ว่าผลตอบแทนของเงินที่เราสะสมเป็นยังไงบ้าง และผลตอบแทนของเงินสมทบจากบริษัทเป็นยังไงบ้าง (ถ้าใครจำไม่ได้ว่าเลือกแผนไหนก็ลองติดต่อฝ่ายบุคคลเพื่อดูความเสี่ยงที่เราทำไว้เพื่อผรับให้เหมาะสมใหม่ได้นะ) ผมว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการลงทุนที่ได้เงินมาอีกเกือบเท่าตัวเพราะเราสะสมเงินไปจำนวนหนึ่งและบริษัทหรือนายจ้างก็สมทบให้อีกเท่าหนึง ซึ่งไม่มีการลงทุนแบบไหนที่ได้ผลตอบแทนแบบนี้อีกแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลตอบแทนจากเงินที่ถูกหักไปของเราที่เติบโตขึ้นอีกด้วย มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดียังไง? จุดประสงค์หลักของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือสวัสดิการที่บริษัทมีให้กับพนักงานเพื่อเป็นการออมไว้สำหรับเกษียณแต่ก็ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกเช่น ทำให้เรามีวินัยในการออม เพราะบริษัทจะตัดเงินเดือนของเราเป็นเงินสะสมตามที่เราระบุไว้ก่อนที่จะโอนเงินเข้าบัญชีของเรา เป็นการสร้างวินัยในการออมเพราะเราได้ออมก่อนใช้ ถ้าหากให้เราเลือกออมเงินหรือนำไปลงทุนเองก็อาจจะออมบ้างไม่ออมบ้างได้ ใช้ลดหย่อนภาษีได้ เงินสะสมที่ถูกหักทุกเดือนนอกจากจะได้เป็นการออม ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนและยังใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงของเงินที่ถูกหักไปด้วย ได้เงินสมทบจากบริษัท นอกจากเงินสะสมที่หักจากเงินเดือนเราทุกเดือนแล้วยังได้เงินสมทบจากบริษัทอีกด้วย ถ้าสมมติว่าเราให้หักเงินสะสมเดือนละ 1,500 บาททุกเดือนใน 1 ปีเราจะมีเงินออม 18,000 บาทและยังได้เงินสมทบจากบริษัทอีกตั้ง 18,000 บาทและอาจจะได้ผลตอบแทนจากการลุงทนอีกด้วย เราจะได้เงินกองทุนคืนเมื่อใด หลายคนที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคิดว่าจะต้องรอรับเงินคืนตอนเกษียญอย่างเดียวหรือไม่ […]

1 2 3 13