3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน

ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มลงทุนอยากให้มารู้จัก 3 ข้อต่อไปนี้ซึ่งเป็น 3 ข้อที่มีความสำคัญและสัมพันธ์กันถ้าเรารู้และนำไปประยุกต์ใช้และวางแผนการลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง รับรองว่าการออมเงินให้ถึงเป้าที่ตั้งใจไว้ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน 1.รู้จักการเก็บเงินและการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ การลงทุน/เก็บเงินในสินทรัพย์ต่างๆ นั้นมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ฝากเงิน ประกันชีวิต สลากออมสิน/ธกส. พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ กองทุนรวม หุ้น ทองคำ น้ำมัน คริปโต ซึ่งการลงทุนในแต่ละแบบก็ล้วนให้ผลตอบแทนที่ต่างกันและมีความเสี่ยงที่ต่างกันด้วย การฝากเงินไว้ในธนาคารอาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่สูง และคนที่เลือกทางนี้ก็เพราะรับความเสี่ยงสูงมากไม่ได้ สบายใจกว่าเมื่อเห็นเงินต้นยังคงอยู่ บางคนเลือกลงทุนในหุ้นเพราะต้องการผลตอบแทนที่สูงซึ่งก็ต้องยอมรับในความผันผวนที่สูงขึ้น อาจจะมีขึ้นมีลง ถ้าเป็นการลงทุนในระยะยาวหรือกระจายการลงทุน มีความรู้เรื่องการลงทุนที่ดีก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงมากๆ มีสำนวนหนึ่งบอกไว้ว่า “การมีตะกร้าใส่ไข่ใบเดียว เมื่อตะกร้าตก ไข่ก็แตกหมด เช่นเดียวกับเงิน ถ้าเก็บเงินไว้ที่เดียวทั้งหมดก็มีความเสี่ยงเช่นกัน การฝากไว้กับธนาคารเกินความจำเป็นก็มีความเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น หรือนำเงินไปลงทุนในหุ้นทั้งหมดก็เสี่ยงต่อความผันผวน การกระจายเงินไว้ในหลากหลายสินทรัพย์จึงเป็นการทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยง” การลงทุนหรือเก็บเงินนั้นจึงมีให้เลือกหลากหลายตามความชอบ/ความเสี่ยง/ความรู้ ที่เราถนัดไม่มีผิดมีถูก ทั้งนี้ก็ต้องเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เรามีความรู้และเชื่อมั่นด้วย ไม่ใช่เห็นว่า สินทรัพย์นั้นผลตอบแทนสูงมากแต่เราไม่มีความรู้เลย พอเอาเงินไปลงทุนก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวเงินต้นหาย  2. รู้จักเป้าหมายการลงทุน เป้าหมายการลงทุนหรือเก็บเงิน จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เป้าหมายระยะสั้น เช่น 3-5 […]

3 กองทุนรวมลงทุนในหุ้นธนาคาร

ถ้าพูดถึงหุ้นของสถาบันการเงินในประเทศไทยหลายคนคงต้องนึกถึงหุ้นของธนาคาร หรือหลายคนก็อาจจะรู้จักเป็นอย่างดีและมีลงทุนเก็บไว้กันบ้างแล้ว แต่การซื้อหุ้นหรือลงทุนในหุ้นของธนาคารโดยตรงอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคนเพราะบางธนาคารก็มีข้อกำหนด เช่น ซื้อขั้นต่ำอย่างน้อยกี่หุ้น หรือราคาหุ้นก็สูงเกินกำลังโดยเฉพาะธนาคารใหญ่ๆ ราคาหุ้นเฉลี่ยในปี 2565 ก็ไม่ต่ำอย่าง 100 บาท ถ้าจะลงทุนหลายธนาคารก็อาจจะมีเงินไม่พอ ปัญญาทั้งหมดนี้แก้ได้ง่ายๆ โดยเปลี่ยนจากการลงทุนหรือซื้อหุ้นรายตัวของแต่ละธนาคาร ก็ไปซื้อกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นของธนาคารแทน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะลงทุนในหุ้นของธนาคาร Top 5 ของประเทศ ทำให้การซื้อกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นธนาคารนั้นใช้เงินเพียงไม่กี่บาท ก็เหมือนได้ลงทุนในธนาคารต่างๆ แล้ว ที่สำคัญยังมีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้จัดการกองทุนคอยบริการการลงทุนกองทุนรวมนั้นๆให้ด้วย 1. K-BANKING (กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจธนาคาร) ประเภทกองทุน กองทุนรวมตราสารทุน โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย เริ่มต้นลงทุนครั้งแรกและขั้นต่ำครั้งต่อไป 500 บาท นโยบายจ่ายเงินปันผล : ไม่จ่าย ระดับความเสี่ยงสูง (7) นโยบายการลงทุนของกองทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ 21.07% ธนาคารกสิกรไทย 19.31% ธนาคารกรุงเทพ 13.87% ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 13.46% ธนาคารกรุงไทย 11.70% ข้อมูลวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 https://www.kasikornasset.com/…/Pages/K-BANKING.aspx […]

3 คำศัพท์ที่ควรรู้ในการอ่าน Fund Fact Sheet กองทุนรวม

ความผันผวนของผลตอบแทน ความผันผวนของผลตอบแทน (Standard Deviation: S.D.) คือ ค่าความเบี่ยงเบนของผลตอบแทน ตัวอย่าง: กองทุน A มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 5 % มีค่าความผันผวน (S.D.) 3 % หมายความว่า กองทุนรวม A คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 5 ต่อปี แต่มีโอกาสที่ผลตอบแทนจะไม่เป็นไปตามคาดหวังคือจะผันผวนอยู่ในช่วง 5 % และ + S.D. ( 3 %) คืออยู่ระหว่าง 2 % ถึง 8% อันดับ Percentile เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลกับกองทุนอื่น ที่มีนโยบายการลงทุนในรูปแบบเดียวกัน สมาคมบริษัทจัดการลงทุน หรือ AIMC ได้จัดทาตารางเพื่อเปรียบเทียบผลการดาเนินงานและความผันผวนของผลตอบแทนในรูปแบบ Peer Percentile Percentile ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ลำดับ 5th Percentile หมายถึง ผลการดำเนินการอยู่ใน […]

uDesign คืออะไร

uDesign = You Design เป็นโครงการของแบบประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ที่ให้คุณออกแบบความคุ้มครอง แผนประกัน แผนการลงทุนเองได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากประกันชีวิตแบบเดิมๆ เป็นแบบที่มีบริษัทประกันออกแบบมาให้เสร็จสรรพ แบบประกันแผนเดียวกันไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน อายุเท่าไหร่ซื้อจะเหมือนกันเกือบทั้งหมดไม่ มีข้อจำกัดหลายอย่าง ปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้มาก พอเวลาเปลี่ยนไป ความต้องการของเราก็เปลี่ยนไป ประกันแบบเดียวกันอาจจะไม่ได้เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย เหมือนเมื่อก่อน เราในฐานะลูกค้าก็อยากได้ของที่มันเหมาะกับตัวเอง มีสิทธิ์ เลือกมากขึ้น ทำให้เกิดประกันแบบใหม่ๆ ที่ลูกค้าสามารถออกแบบเองได้ตามที่ตัวเองต้องการ แบบประกันชีวิตควบการลงทุนในโครงการ uDesign แบบประกันจะมีต้นแบบ/พิมพ์เขียว/Template (แล้วแต่คนจะเรียก) ที่บริษัทออกแบบมาให้บางส่วน จากนั้นลูกค้าก็นำ ต้นแบบ/พิมพ์เขียว/Template นี้มาปรับให้ตรงกับความต้องการของเราภายใตข้อกำหนดของแบบนั้นๆ โดย จะมีทั้งหมด 4 แบบ คือ mDesign วางแผนความคุ้มครองระยะยาว เลือกแบบแบ่งจ่ายเบี้ยได้ ซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพเพื่อวางแผนจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพในอนาคต mGrow 615 วางแผนออมเงินและความคุ้มครองระยะสั้น จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 6 ปีคุ้มครองยาวถึง 15 ปี mOne/mOnePlus Sure จ่ายเบี้ยปีเดียว คุ้มครองยาวถึงอายุ […]

แจกตัวอย่างพอร์ตการลงทุน 5 แบบ ตามระดับความเสี่ยง

ปัญหาอย่างหนึ่งของการลงทุนคือ “เรื่องของการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้” เพราะถ้าเราไม่มีการจัดพอร์ตการลงทุน เลือกลงทุนในกองทุนประเภทเดียวกับหมดแบบกระจุกตัว อาจจะทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรืออาจทำให้กองทุนติดลบหนักก็ได้ ทำไมต้องจัดพอร์ตการลงทุน ลองมาดูตัวอย่างว่าทำไมเราต้องจัดพอร์ตการลงทุนกันครับ ไม่ให้การลงทุนแบบกระจุกตัวเกินไป เช่น เลือกลงทุนเฉพาะกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ ซึ่งเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงและความผันผวนต่ำ ทำให้ผลตอบแทนที่ได้ไม่สูงมาก ก็พลาดโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ถ้าลงทุนในตราสารทุนในและต่างประเทศ หรือทรัพย์สินทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงกว่าแต่ก็ค่อนข้างผันผวน ขึ้น/ลง เร็ว อาจจะให้ได้ผลตอบแทนสูงในช่วงขาขึ้นหรือถ้าขาลงก็อาจจะทำให้ติดลบหนักได้ ช่วยกระจายความเสี่ยง ในสภาวะที่ตลาดหุ้น อุตสาหกรรมบางประเภท ได้รับผลกระทบบางอย่างเช่น โควิด ทำให้อยู่ในช่วงขาลง แต่เรามีการกระจายเงินบางส่วนไปในกองทุนตราสารหนี้หรือกองทุนผสมเข้ามาด้วย ซึ่งขณะนั้นกองทุนประเภทตราสารหนี้หรือกองทุนผสมอาจจะมีผลตอบแทนเป็นบวก เช่น ก็เมื่อกองทุน A ติดลบ -700 บาท กองทุน B เป็นบวก +500 บาท ก็จะทำให้ภาพรวมของพอร์ตแทนที่จะลงทุนในกองทุน A กองเดียวติดลบถึง 700 บาทหักล้างกันเหลือแค่ -200 บาท จากที่จะติดลบหนักๆ ก็ดูเบาลงหรือถ้ากองทุน A เป็นบวก 700 บาท กองทุน B เป็นติดลบ -500 […]

1 2 3 7